Key Takeaways
โอเวอร์โหลดรีเลย์ (Overload Relay) คือ อุปกรณ์ป้องกันมอเตอร์ที่ช่วยตรวจจับภาวะกระแสเกินต่อเนื่อง ซึ่งอาจเกิดจากโหลดทางกลมากเกินไป ชิ้นส่วนติดขัด หรือมอเตอร์ทำงานหนักกว่าปกติ เมื่อกระแสสูงเกินค่าที่กำหนดเป็นระยะเวลาหนึ่ง รีเลย์จะ Trip และสั่งให้คอนแทคเตอร์หยุดจ่ายไฟไปยังมอเตอร์ ช่วยลดความเสี่ยงจากความร้อนสะสมและความเสียหายของขดลวด โดยโอเวอร์โหลดรีเลย์ที่พบได้ทั่วไปมีทั้งแบบ Thermal และ Electronic ซึ่งมีหลักการตรวจจับแตกต่างกัน การเลือกใช้งานควรพิจารณากระแสพิกัดของมอเตอร์ ลักษณะโหลด วิธีการสตาร์ต และอุปกรณ์ป้องกันอื่นในระบบร่วมกัน เพื่อให้การทำงานมีความปลอดภัยและเหมาะสมกับการใช้งาน
มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์สำคัญในระบบไฟฟ้าของโรงงาน อาคาร และเครื่องจักรอุตสาหกรรม แต่ระหว่างการทำงานอาจเกิดภาวะที่มอเตอร์รับโหลดมากกว่าปกติ ทำให้กระแสไฟฟ้าเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง หากปล่อยไว้นานเกินไป อุณหภูมิภายในมอเตอร์อาจสูงขึ้นจนฉนวนหรือขดลวดได้รับความเสียหาย และส่งผลต่ออายุการใช้งานของอุปกรณ์
ซึ่งหนึ่งในอุปกรณ์ที่ช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ดังกล่าวคือ โอเวอร์โหลดรีเลย์ (Overload Relay) ที่มักติดตั้งร่วมกับคอนแทคเตอร์ในวงจรควบคุมมอเตอร์ เพื่อเฝ้าระวังกระแสที่สูงเกินค่าที่กำหนดและสั่งหยุดการทำงานของมอเตอร์เมื่อพบความผิดปกติ
บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่าโอเวอร์โหลดคืออะไร มีหน้าที่อย่างไร หลักการทำงานเป็นแบบไหน และแตกต่างจากอุปกรณ์ป้องกันไฟฟ้าประเภทอื่นอย่างไรบ้าง เพื่อช่วยให้เลือกใช้อุปกรณ์ในระบบไฟฟ้าได้เหมาะสมยิ่งขึ้น
โอเวอร์โหลดคืออะไร ?
โอเวอร์โหลด (Overload) คือ ภาวะที่อุปกรณ์ไฟฟ้าหรือวงจรต้องรับภาระมากกว่าระดับที่ออกแบบไว้ ส่งผลให้มีกระแสไฟฟ้าไหลสูงกว่ากระแสใช้งานปกติเป็นระยะเวลาหนึ่ง โดยเฉพาะในระบบมอเตอร์ไฟฟ้าที่ภาระทางกลมีผลโดยตรงต่อปริมาณกระแสที่มอเตอร์ต้องใช้
ตัวอย่างเช่น มอเตอร์ที่ขับสายพานหรือเครื่องจักรอาจต้องดึงกระแสมากกว่าปกติเมื่อเครื่องจักรรับน้ำหนักมากเกินกำลัง เพลาหรือชิ้นส่วนเคลื่อนที่เกิดการฝืดหรือติดขัด โหลดทางกลเพิ่มขึ้น หรือมอเตอร์ใช้เวลาในการสตาร์ตนานผิดปกติ
เมื่อมอเตอร์ทำงานในภาวะโอเวอร์โหลด กระแสที่สูงขึ้นจะทำให้เกิดความร้อนสะสมในขดลวด หากภาวะดังกล่าวเกิดขึ้นต่อเนื่อง ความร้อนอาจเร่งให้ฉนวนของขดลวดเสื่อมสภาพ ลดอายุการใช้งานของมอเตอร์ และในกรณีที่รุนแรงอาจนำไปสู่ความเสียหายของอุปกรณ์ได้
ภาวะโอเวอร์โหลดจึงแตกต่างจากการลัดวงจร (Short Circuit) ซึ่งมักทำให้กระแสเพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็วและรุนแรงในช่วงเวลาสั้น ๆ ขณะที่ภาวะโอเวอร์โหลดเกิดจากอุปกรณ์หรือมอเตอร์รับภาระมากกว่าปกติ ทำให้มีกระแสเกินไหลต่อเนื่องเป็นระยะเวลาหนึ่งและเกิดความร้อนสะสมจนเสี่ยงต่อความเสียหาย
รีเลย์โหลดเกิน (Overload Relay) คืออะไร ?
Overload Relay คือ อุปกรณ์ป้องกันที่ใช้ตรวจจับภาวะกระแสเกินต่อเนื่องของมอเตอร์ เมื่อกระแสสูงกว่าค่าที่ตั้งไว้และเกิดขึ้นนานเกินระยะเวลาที่กำหนด รีเลย์จะ Trip และเปลี่ยนสถานะของหน้าสัมผัสในวงจรควบคุม เพื่อสั่งให้คอนแทคเตอร์ตัดการจ่ายไฟไปยังมอเตอร์
โอเวอร์โหลดรีเลย์มักทำงานร่วมกับคอนแทคเตอร์ (Contactor) ซึ่งเป็นอุปกรณ์สำหรับเปิดและปิดวงจรจ่ายไฟให้มอเตอร์ โดยโอเวอร์โหลดรีเลย์จะทำหน้าที่ตรวจสอบภาวะการทำงานของมอเตอร์ เมื่อพบว่ากระแสเกินอยู่ในระดับที่อาจก่อให้เกิดความเสียหาย หน้าสัมผัสของโอเวอร์โหลดรีเลย์จะเปลี่ยนสถานะ ส่งผลให้คอยล์ของคอนแทคเตอร์หยุดทำงานและตัดมอเตอร์ออกจากแหล่งจ่ายไฟ
อย่างไรก็ตาม โอเวอร์โหลดรีเลย์ไม่ได้มีหน้าที่แทนอุปกรณ์ป้องกันการลัดวงจร เช่น Circuit Breaker หรือ Fuse ระบบควบคุมมอเตอร์จึงควรออกแบบให้อุปกรณ์แต่ละประเภททำงานร่วมกันตามหน้าที่อย่างเหมาะสม
โอเวอร์โหลดรีเลย์ทําหน้าที่อะไรอีกบ้างในระบบไฟฟ้า ?
หากถามว่า Overload Relay มีหน้าที่อะไรบ้างนอกจากหน้าที่หลักในการป้องกันมอเตอร์จากกระแสเกินต่อเนื่องดังที่ได้อธิบายไปข้างต้น บทบาทสำคัญอื่น ๆ ของโอเวอร์โหลดรีเลย์ในระบบไฟฟ้ามีดังนี้
ลดความเสียหายจากโหลดทางกลที่ผิดปกติ
ปัญหาของมอเตอร์ไม่ได้เกิดจากระบบไฟฟ้าเพียงอย่างเดียว แต่ยังสามารถเกิดจากส่วนของเครื่องจักร เช่น เพลาติดขัด สายพานทำงานผิดปกติ ชิ้นส่วนเกิดการฝืด หรือเครื่องจักรรับโหลดหนักเกินไป
เมื่อภาระทางกลเพิ่มขึ้น มอเตอร์ต้องใช้แรงบิดและกระแสมากขึ้น หากสภาวะดังกล่าวดำเนินต่อเนื่อง โอเวอร์โหลดรีเลย์จะช่วยตรวจจับกระแสที่เพิ่มขึ้นและสั่งหยุดการทำงาน เพื่อลดโอกาสที่มอเตอร์จะได้รับความเสียหายตามมา
ช่วยตรวจจับความผิดปกติของระบบมอเตอร์
โอเวอร์โหลดรีเลย์บางรุ่นไม่ได้ตรวจจับเพียงภาวะกระแสเกินเท่านั้น แต่ยังสามารถตอบสนองต่อความผิดปกติอื่น ๆ เช่น การขาดเฟส (Phase Loss) รวมถึงความไม่สมดุลของกระแสแต่ละเฟส ทั้งนี้จะขึ้นอยู่กับประเภทและคุณสมบัติของอุปกรณ์
ช่วยลด Downtime จากมอเตอร์เสียหาย
สำหรับโรงงานหรือสายการผลิต มอเตอร์ที่หยุดทำงานกะทันหันอาจส่งผลกระทบต่อเครื่องจักรและกระบวนการผลิตหลายส่วน การป้องกันมอเตอร์ก่อนเกิดความเสียหายรุนแรงจะช่วยลดโอกาสที่ต้องหยุดเครื่องเป็นเวลานานเพื่อซ่อมแซมหรือเปลี่ยนมอเตอร์ใหม่
การมีระบบป้องกันที่เหมาะสมจึงไม่ได้ช่วยเฉพาะด้านความปลอดภัย แต่ยังเกี่ยวข้องกับความต่อเนื่องและประสิทธิภาพในการดำเนินงานของระบบอีกด้วย
หลักการทำงานของโอเวอร์โหลดรีเลย์เป็นอย่างไร ?
แม้โอเวอร์โหลดรีเลย์แต่ละประเภทจะมีวิธีตรวจจับและประมวลผลแตกต่างกัน แต่หลักการพื้นฐานคล้ายกัน คือ ตรวจสอบภาวะกระแสของมอเตอร์ และสั่ง Trip เมื่อพบว่ากระแสสูงเกินระดับที่กำหนดเป็นเวลานานจนมีความเสี่ยงต่ออุปกรณ์
โอเวอร์โหลดรีเลย์ที่พบได้ทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ Thermal Overload Relay และ Electronic Overload Relay โดยแต่ละแบบมีหลักการทำงานดังนี้
Thermal Overload Relay
Thermal Overload Relay หรือโอเวอร์โหลดรีเลย์แบบความร้อน เป็นประเภทที่ใช้งานกันอย่างแพร่หลาย โดยภายในจะมีแผ่นโลหะสองชนิด (Bimetal) ซึ่งมีคุณสมบัติการขยายตัวเมื่อได้รับความร้อนแตกต่างกัน
ในขณะที่มอเตอร์ทำงาน กระแสไฟฟ้าจะไหลผ่านชุดตรวจจับของรีเลย์และทำให้เกิดความร้อน หากกระแสอยู่ในระดับปกติ ความร้อนที่เกิดขึ้นจะยังไม่มากพอที่จะทำให้รีเลย์ Trip แต่เมื่อเกิดกระแสเกินต่อเนื่อง ความร้อนจะเพิ่มสูงขึ้นจนทำให้แผ่น Bimetal โก่งตัว
เมื่อการโก่งตัวถึงระดับที่กำหนด กลไกภายในจะทำให้หน้าสัมผัสเปลี่ยนสถานะ โดยทั่วไปหน้าสัมผัส NC ที่ต่ออยู่ในวงจรควบคุมคอนแทคเตอร์จะเปิดออก ส่งผลให้คอยล์ของคอนแทคเตอร์หยุดทำงานและมอเตอร์ถูกตัดออกจากวงจร
Electronic Overload Relay
Electronic Overload Relay ใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์หรือไมโครโปรเซสเซอร์ในการตรวจวัดกระแสและประเมินสภาวะการทำงานของมอเตอร์ แทนการใช้ Bimetal เป็นองค์ประกอบหลักในการตรวจจับความร้อน
ข้อดีคือสามารถตรวจวัดและประมวลผลได้ละเอียดขึ้น รวมถึงรองรับการตั้งค่าการป้องกันที่หลากหลายกว่าในหลายรุ่น เช่น การเลือกช่วงกระแส การตรวจสอบ Phase Loss การตรวจสอบ Current Imbalance หรือการกำหนด Trip Class ให้เหมาะกับลักษณะการสตาร์ตของมอเตอร์ จึงเหมาะกับระบบที่ต้องการการควบคุมและป้องกันมอเตอร์ที่ละเอียดขึ้น โดยเฉพาะเครื่องจักรหรือระบบอุตสาหกรรมที่มีเงื่อนไขการทำงานแตกต่างกันในแต่ละประเภท
เลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะกับระบบ เพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน
โอเวอร์โหลดรีเลย์คืออุปกรณ์สำคัญที่ช่วยป้องกันมอเตอร์จากภาวะกระแสเกินต่อเนื่อง ซึ่งอาจนำไปสู่ความร้อนสะสมและความเสียหายของมอเตอร์ได้ แต่การป้องกันระบบไฟฟ้าให้มีประสิทธิภาพควรพิจารณาอุปกรณ์ทั้งระบบร่วมกัน ตั้งแต่เบรกเกอร์ คอนแทคเตอร์ โอเวอร์โหลดรีเลย์ ไปจนถึงสายไฟที่ต้องรองรับกระแสและสภาพการใช้งานได้อย่างเหมาะสม
สำหรับงานติดตั้งในอาคาร โรงงาน หรือระบบจ่ายไฟที่ต้องการสายไฟฟ้าแรงต่ำที่ได้มาตรฐาน Teta Intertrade มีอุปกรณ์ไฟฟ้าและสายไฟหลากหลายประเภทให้เลือกใช้งาน รวมถึงสายไฟ CV ทนกระแสสำหรับงานที่ต้องการรองรับโหลดไฟฟ้าอย่างเหมาะสม พร้อมคำแนะนำในการเลือกขนาดและประเภทสายให้สอดคล้องกับลักษณะของระบบ ช่วยเพิ่มความมั่นใจทั้งด้านประสิทธิภาพ ความปลอดภัย และความคุ้มค่าในการใช้งานระยะยาว
ติดต่อ TETA INTERTRADE วันนี้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของงานติดตั้งระบบไฟฟ้าในทุกโครงการของคุณ
- LINE : https://lin.ee/NaG9WJP
- โทรศัพท์ : 02-068-9690 หรือ 086-308-3741
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโอเวอร์โหลดรีเลย์ (FAQs)
โอเวอร์โหลดรีเลย์ควรตั้งค่ากระแสเท่าไร ?
ค่ากระแสของโอเวอร์โหลดรีเลย์ควรตั้งให้เหมาะสมกับกระแสพิกัดของมอเตอร์และคำแนะนำจากผู้ผลิตอุปกรณ์ โดยควรตรวจสอบข้อมูลจาก Nameplate ของมอเตอร์ รวมถึงลักษณะโหลดและวิธีการสตาร์ตประกอบกัน ไม่ควรตั้งค่าสูงเกินไปเพียงเพื่อป้องกันการ Trip บ่อย เพราะอาจทำให้ระดับการป้องกันไม่เหมาะสม
ถ้าโอเวอร์โหลดรีเลย์ Trip บ่อย ควรทำอย่างไร ?
ควรตรวจสอบหาสาเหตุก่อนรีเซตและเดินเครื่องใหม่ เช่น โหลดของเครื่องจักรมากเกินไป เพลาหรือชิ้นส่วนเกิดการติดขัด แรงดันไฟฟ้าผิดปกติ การขาดเฟส หรือการตั้งค่ากระแสของรีเลย์ไม่สัมพันธ์กับมอเตอร์ หากยังไม่ทราบสาเหตุ ไม่ควรเพิ่มค่ากระแสของรีเลย์โดยทันที
โอเวอร์โหลดรีเลย์สามารถ Reset ได้หรือไม่ ?
โดยทั่วไปโอเวอร์โหลดรีเลย์สามารถ Reset ได้หลังจากอุปกรณ์ Trip แล้ว แต่ควรรอให้อุปกรณ์และมอเตอร์กลับสู่สภาวะที่เหมาะสมก่อน รวมถึงตรวจสอบต้นเหตุของการ Trip ให้เรียบร้อย บางรุ่นรองรับทั้ง Manual Reset และ Automatic Reset จึงควรตรวจสอบคู่มือของรุ่นที่ใช้งาน
โอเวอร์โหลดรีเลย์มีอายุการใช้งานกี่ปี ?
โดยทั่วไป โอเวอร์โหลดรีเลย์มีอายุการใช้งานประมาณ 5-10 ปี หากใช้งานภายใต้สภาวะที่เหมาะสมและมีการบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ อย่างไรก็ตาม อายุการใช้งานจริงขึ้นอยู่กับจำนวนครั้งที่ Trip สภาพแวดล้อม อุณหภูมิ ความชื้น ฝุ่น และคุณภาพของการติดตั้ง หากใช้งานในตู้ควบคุมที่มีอุณหภูมิสูงหรือมีการ Trip บ่อย ควรตรวจสอบสภาพและทดสอบการทำงานเป็นระยะตามแผนบำรุงรักษาของระบบ
โอเวอร์โหลดรีเลย์คืออุปกรณ์ที่ใช้กับมอเตอร์ทุกขนาดได้หรือไม่ ?
ไม่ควรเลือกใช้แบบเดียวกันกับมอเตอร์ทุกขนาด เพราะโอเวอร์โหลดรีเลย์แต่ละรุ่นมีช่วงกระแสและคุณสมบัติการป้องกันแตกต่างกัน การเลือกใช้งานควรพิจารณากระแสพิกัดของมอเตอร์ ประเภทโหลด วิธีการสตาร์ต และความเข้ากันได้กับคอนแทคเตอร์หรืออุปกรณ์ควบคุมในระบบ
ข้อมูลอ้างอิง
- The Basics Of Selecting Overload Relays. สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2569. จาก https://www.ecmweb.com/content/article/20889393/the-basics-of-selecting-overload-relays.
- Motor protection and overload relays for electrical crews. สืบค้นเมื่อ 11 กันยายน 2569. จาก https://www.anvilfield.com/field-guides/electrical/electrical-motor-protection-overload-relays/.
Author
TETA INTERTRADE คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง และแรงต่ำที่มีประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมมากกว่า 10 ปี พร้อมให้ความรู้เชิงลึกและคำแนะนำระดับมืออาชีพเกี่ยวกับการใช้งาน ติดตั้ง และเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับโครงการทุกขนาด ตั้งแต่ระบบสายดินและสายล่อฟ้า จนถึงอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าและอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับอาคารอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัยทั่วไปเรานำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตที่ได้รับการยอมรับ ตั้งแต่อุปกรณ์แรงสูง-แรงต่ำ สายไฟ สายอะลูมิเนียม สายทองแดง ลูกถ้วยไฟฟ้า อุปกรณ์ติดตั้งระบบสายดิน และอุปกรณ์ความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าทุกระดับสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และคุ้มค่าที่สุดในตลาดไทยความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน – ระบบไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ – การเลือกและใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงอุตสาหกรรม – ระบบป้องกันฟ้าผ่าและระบบสายดิน – ความปลอดภัยและมาตรฐานการติดตั้งไฟฟ้า – การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคแก่ลูกค้าและผู้รับเหมา
View all posts