รู้จัก ‘ค่าทนกระแสสายไฟ’ เพื่อความปลอดภัยในระบบไฟฟ้า

ช่างไฟติดตั้งสายไฟทองแดงโดยพิจารณาเลือกจากค่าทนกระแสสายไฟ

Key Takeaways 

ค่าทนกระแสสายไฟ คือปริมาณกระแสไฟฟ้าสูงสุดที่สายไฟสามารถนำผ่านได้อย่างต่อเนื่องและปลอดภัย โดยไม่ทำให้อุณหภูมิของฉนวนหุ้มสายไฟสูงเกินพิกัดจนเกิดการเสื่อมสภาพหรือลัดวงจร เพราะฉะนั้นการพิจารณาค่าทนกระแสจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในงานระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกันปัญหาแรงดันตก สายไฟร้อนเกินไป รวมถึงอันตรายจากเพลิงไหม้ สำหรับปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อค่าทนกระแส ได้แก่ ขนาดพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ ชนิดของวัสดุตัวนำ ประเภทของฉนวน รูปแบบการติดตั้ง และอุณหภูมิแวดล้อม การเลือกขนาดสายไฟที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่การดูขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง แต่ต้องคำนวณโหลดไฟฟ้าให้สอดคล้องกับพิกัดกระแส เพื่อให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีความปลอดภัยสูงสุดในระยะยาว

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

การเลือกสายไฟให้เหมาะกับการใช้งาน นอกจากจะต้องดูว่าสายไฟเส้นใหญ่พอไหม หรือใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าได้หรือเปล่าแล้ว สิ่งสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบด้วยก็คือ “ค่าทนกระแสสายไฟ” เพราะเป็นตัวกำหนดว่าสายไฟแต่ละขนาดสามารถรองรับกระแสไฟฟ้าได้มากน้อยเพียงใด หากเลือกสายไฟเล็กเกินไป อาจทำให้สายร้อน ฉนวนเสื่อม ไฟฟ้าลัดวงจร หรือเกิดอัคคีภัยได้

วันนี้เราจะพาไปทำความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องค่าทนกระแสสายไฟ ว่าทำไมถึงเป็นปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อการเลือกขนาดสายไฟ และไปรู้ถึงตารางเปรียบเทียบสายไฟเบื้องต้น เพื่อช่วยให้ผู้ใช้งาน เจ้าของอาคาร ช่างไฟ และผู้รับเหมาสามารถเลือกสายไฟได้อย่างเหมาะสมและปลอดภัยมากขึ้น

ค่าทนกระแสสายไฟคืออะไร ?

ค่าทนกระแสสายไฟ (Ampacity หรือ Current-carrying Capacity) คือปริมาณกระแสไฟฟ้าสูงสุดที่สายไฟสามารถรับและนำผ่านได้อย่างปลอดภัยอย่างต่อเนื่อง โดยไม่ทำให้อุณหภูมิของตัวนำและฉนวนหุ้มสายไฟสูงเกินกว่าค่าพิกัดที่วัสดุเหล่านั้นจะทนได้ โดยทั่วไปค่าทนกระแสจะแสดงเป็นหน่วยแอมแปร์ (Ampere: A)

ในการออกแบบระบบไฟฟ้า การรู้ค่าทนกระแสที่ถูกต้องจะช่วยให้สามารถจัดสรรและป้องกันระบบไฟฟ้าได้อย่างแม่นยำ เพราะหากปล่อยให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านสายไฟเกินกว่าค่าทนกระแสที่กำหนด (Overload) จะทำให้เกิดความร้อนสะสมที่ตัวนำไฟฟ้าได้ ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อายุการใช้งานของสายไฟสั้นลง

ทำไมต้องเลือกขนาดสายไฟให้สัมพันธ์กับค่าทนกระแส ?

การประเมินโหลดไฟฟ้าและเลือกสายไฟให้สอดคล้องกัน เป็นหัวใจสำคัญของมาตรฐานความปลอดภัยทางไฟฟ้า ซึ่งหากละเลยข้อกำหนดนี้ จะส่งผลกระทบโดยตรงต่อทั้งประสิทธิภาพและความปลอดภัย ดังนี้

ผลกระทบเมื่อเลือกสายไฟขนาดเล็กเกินไป (Undersized Wire)

เมื่อโหลดไฟฟ้าดึงกระแสเกินกว่าที่ค่าทนกระแสสายไฟจะรองรับได้ จะทำให้เกิดปัญหาหลายอย่าง เช่น สายไฟร้อนผิดปกติจากการรับกระแสไฟฟ้าเกินพิกัด ทำให้ฉนวนหุ้มสายไฟเสื่อมสภาพเร็วกว่าที่ควรจะเป็น เช่น กรอบ แตก หรือละลาย และเกิดปัญหาแรงดันตก (Voltage Drop) ในวงจร ส่งผลให้อุปกรณ์ไฟฟ้าทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ มอเตอร์อาจไหม้ หรือในกรณีรุนแรงอาจนำไปสู่ไฟฟ้าลัดวงจรและเพลิงไหม้ได้

ผลกระทบเมื่อเลือกสายไฟขนาดใหญ่เกินไป (Oversized Wire)

หากเลือกสายไฟขนาดใหญ่เกินความจำเป็นมากเกินไป แม้จะช่วยเพิ่มความปลอดภัยและลดแรงดันตกได้ระดับหนึ่ง แต่ก็แลกมาด้วยข้อเสียคือ ทำให้ต้นทุนวัสดุและค่าใช้จ่ายในการติดตั้งสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น นอกจากนี้ สายไฟที่ใหญ่เกินไปอาจทำให้การดัดโค้งเข้ากล่องพักสาย (Junction Box) หรือการเชื่อมต่อกับเบรกเกอร์ทำได้ยากขึ้น

ปัจจัยที่มีผลต่อค่าทนกระแสของสายไฟ

ค่าทนกระแสสายไฟไม่ได้ขึ้นอยู่กับขนาดเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีตัวแปรอื่น ๆ ที่ผู้ปฏิบัติงานต้องนำมาคำนวณร่วมด้วยเสมอ ประกอบด้วยปัจจัยเหล่านี้

  • ขนาดพื้นที่หน้าตัดของสายไฟ : หน่วยเป็นตารางมิลลิเมตร หรือ sq.mm ยิ่งมีพื้นที่หน้าตัดกว้างมากเท่าไหร่ ความต้านทานทางไฟฟ้าก็จะยิ่งต่ำลง ส่งผลให้กระแสไฟฟ้าไหลผ่านได้สะดวกขึ้นและรองรับกระแสได้สูงขึ้น
  • ชนิดของตัวนำไฟฟ้า : โดยทั่วไปนิยมใช้วัสดุ 2 ชนิดหลัก ได้แก่
    • ทองแดง มีคุณสมบัตินำไฟฟ้าได้ดีมาก ทนทานต่อการหักงอ
    • อะลูมิเนียม นำไฟฟ้าได้ด้อยกว่าทองแดงราว 30-40% จึงรับกระแสได้น้อยกว่าในขนาดสายที่เท่ากัน แต่น้ำหนักเบาและราคาประหยัดกว่า
  • ประเภทของฉนวนสายไฟ :ฉนวนสายไฟทำหน้าที่ป้องกันไฟรั่วและทนต่อความร้อนที่แผ่ออกมาจากตัวนำ อีกทั้งฉนวนที่ต่างชนิดกันยังทนความร้อนและกระแสไฟสูงสุดได้ไม่เท่ากันด้วย เช่น
    • ฉนวน PVC ทนอุณหภูมิใช้งานสูงสุดที่ 70°C
    • ฉนวน XLPE ทนอุณหภูมิใช้งานสูงสุดที่ 90°C ทำให้สายไฟที่หุ้มด้วย XLPE สามารถทนกระแสได้สูงกว่าสายไฟ PVC ในขนาดหน้าตัดตัวนำที่เท่ากัน
  • วิธีการติดตั้งสายไฟ : การเดินสายไฟที่ระบายความร้อนได้ดีจะส่งผลให้สายไฟทนกระแสได้สูงขึ้น เช่น
    • การเดินสายลอยในอากาศ ระบายความร้อนได้ดีที่สุด
    • การร้อยท่อฝังในผนังคอนกรีต ระบายความร้อนได้ปานกลาง
    • การร้อยท่อฝังดิน ระบายความร้อนได้น้อยที่สุด จึงต้องเผื่อขนาดสายไฟให้ใหญ่ขึ้น
  • อุณหภูมิแวดล้อม : ค่าทนกระแสสายไฟมาตรฐานมักอ้างอิงอุณหภูมิแวดล้อมที่ 40°C (สำหรับประเทศไทย) หากต้องติดตั้งสายไฟในพื้นที่ที่มีอุณหภูมิสูงกว่านี้ เช่น ในห้องเครื่อง ใต้หลังคาโรงงาน หรือใกล้เตาหลอม จะต้องนำตัวคูณลดกระแสมาคำนวณ เพื่อลดพิกัดกระแสลง ป้องกันไม่ให้อุณหภูมิรวมของสายไฟเกินขีดจำกัดของฉนวน
รูปแบบการเดินสายไฟ ปัจจัยที่ส่งผลต่อค่าทนกระแสสายไฟโดยตรง

ตารางเปรียบเทียบขนาดสายไฟเบื้องต้น

สำหรับผู้ที่ต้องการรู้ตารางเปรียบเทียบขนาดสายไฟ เพื่อนำไปใช้อ้างอิงสำหรับการออกแบบและเลือกซื้ออุปกรณ์ ข้อมูลด้านล่างนี้คือตัวอย่างค่าทนกระแสของสายไฟทองแดงหุ้มฉนวน PVC  ซึ่งเป็นสายไฟที่นิยมใช้ในงานทั่วไป อ้างอิงจากการเดินร้อยท่อในพื้นที่ทั่วไปและการเดินสายลอยในอากาศ

ขนาดหน้าตัดสายไฟ (sq.mm)ค่าทนกระแสสายไฟเดินร้อยท่อ (A)ค่าทนกระแสสายไฟเดินลอยในอากาศ (A)ตัวอย่างการใช้งานทั่วไป
1.51520วงจรแสงสว่างทั่วไป
2.52128วงจรเต้ารับ (ปลั๊กไฟ) ภายในอาคาร
4.02837เครื่องทำน้ำอุ่นขนาดเล็ก, แอร์ขนาด 9,000-12,000 BTU
6.03648เครื่องทำน้ำอุ่นขนาดกลาง, แอร์ขนาด 18,000-24,000 BTU
10.05067สายเมนย่อย, เครื่องใช้ไฟฟ้าอุตสาหกรรมขนาดเล็ก
16.06890สายเมนเข้าอาคารพักอาศัยขนาดกลาง
25.089119สายเมนอาคารขนาดใหญ่, มอเตอร์อุตสาหกรรม
35.0110147โรงงานอุตสาหกรรม, ระบบจำหน่ายไฟฟ้าหลัก

ข้อควรระวัง : พิกัดกระแสนี้อ้างอิงอุณหภูมิแวดล้อม 40°C และจำนวนสายตัวนำกระแสไม่เกิน 3 เส้น การนำไปใช้งานจริงควรพิจารณาปัจจัยหน้างานเพิ่มเติมประกอบการตัดสินใจเสมอ

การเลือกสายไฟให้เหมาะสมกับการใช้งาน ไม่ควรพิจารณาแค่ขนาดสายไฟหรือราคาเท่านั้น แต่ต้องดูค่าทนกระแสสายไฟควบคู่กับประเภทของสาย รวมถึงวิธีการติดตั้ง โหลดไฟฟ้า ระยะทางเดินสาย และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดความเสี่ยงจากสายไฟร้อนเกิน ฉนวนเสื่อม หรือไฟฟ้าลัดวงจรในอนาคต

สำหรับผู้รับเหมา ช่างไฟฟ้า โรงงาน อาคารพาณิชย์ หรือเจ้าของโครงการที่กำลังมองหาแหล่งขายส่งสายไฟคุณภาพดีในราคาคุ้มค่า TETA INTERTRADE พร้อมเป็นพาร์ตเนอร์ด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าครบวงจร เราจำหน่ายทั้งสายไฟ CVสายไฟอะลูมิเนียมสายไฟทองแดง อุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง-แรงต่ำ ลูกถ้วย อุปกรณ์เซฟตี้ อุปกรณ์ติดตั้งระบบสายดิน และสายล่อฟ้า ครบจบในที่เดียว พร้อมคัดสรรสินค้าที่ได้มาตรฐาน เหมาะกับงานติดตั้งจริง และรองรับความต้องการของทุกโครงการ 

ติดต่อ TETA INTERTRADE วันนี้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของงานติดตั้งระบบไฟฟ้าในทุกโครงการของคุณ

ข้อมูลอ้างอิง : 

  1. ตารางขนาดพิกัดกระแสไฟฟ้าสายตัวนำ ตามกลุ่มลักษณะการติดตั้ง. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 จาก https://www.tsc-th.com/ele/
  2. พิกัดกระแสไฟฟ้าของสายไฟฟ้าและตารางพิกัดกระแส. สืบค้นเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 จาก https://www.scribd.com/document/777530699/ตารางพิกัดสายไฟ-วสท

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับค่าทนกระแสสายไฟ (FAQs)

Q : การเดินสายไฟร้อยท่อฝังดินกับการเดินลอยในอากาศ มีผลต่อการเลือกขนาดสายไฟหรือไม่ ?

A : มีผลอย่างมาก การเดินร้อยท่อฝังดินระบายความร้อนได้แย่กว่าการเดินลอยในอากาศ หากใช้สายไฟขนาดเดียวกันและปล่อยกระแสเท่ากัน สายที่อยู่ในท่อฝังดินจะสะสมความร้อนสูงกว่า ดังนั้น ในการออกแบบจึงต้องปรับลดค่าทนกระแสสายไฟลง หรือเลือกสายไฟให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อชดเชยการระบายความร้อนที่ลดลง

Q : หากสายไฟเส้นเดิมเริ่มมีสีคล้ำหรือฉนวนกรอบ เกิดจากปัญหาค่าทนกระแสหรือไม่ ?

A : ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้สายไฟรับกระแสไฟฟ้าเกินพิกัดทนกระแส (Overload) อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้ตัวนำร้อนจัดจนทำลายโครงสร้างของฉนวน นอกจากนี้อาจเกิดจากจุดต่อสายหลวม หรือสภาพแวดล้อมมีความร้อนสูงกว่าที่ฉนวนจะรับได้ หากพบปัญหานี้ควรเปลี่ยนสายไฟทันทีเพื่อป้องกันอัคคีภัย

Q : การใช้เบรกเกอร์ ควรเลือกขนาดแอมป์ให้สัมพันธ์กับค่าทนกระแสสายไฟอย่างไร ?

A : ขนาดพิกัดกระแสตัดวงจรของเบรกเกอร์จะต้องน้อยกว่าหรือเท่ากับค่าทนกระแสของสายไฟเสมอ เพื่อให้เบรกเกอร์ทำหน้าที่ตัดวงจรได้ทันเวลาก่อนที่สายไฟจะร้อนจนเกิดความเสียหาย หากใช้เบรกเกอร์ที่ใหญ่กว่าพิกัดสายไฟ สายไฟอาจไหม้ก่อนที่เบรกเกอร์จะตัดไฟได้

Q : ระยะความยาวของสายไฟมีผลต่อค่าทนกระแสสายไฟหรือไม่ ?

A : ระยะทางที่ยาวขึ้นไม่ได้ทำให้ค่าทนกระแสสูงสุดของสายไฟเปลี่ยนไป แต่ทำให้เกิดแรงดันตก (Voltage Drop) ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ไฟฟ้าที่ปลายทาง ในกรณีที่เดินสายไกลมาก วิศวกรจึงมักต้องเพิ่มขนาดหน้าตัดสายไฟให้ใหญ่ขึ้นเพื่อแก้ปัญหาแรงดันตก แม้ว่ากระแสโหลดจริงจะยังไม่เกินค่าทนกระแสของสายไฟเดิมก็ตาม

Author

  • โลโก้ของบริษัททีต้า อินเตอร์เทรด

    TETA INTERTRADE คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง และแรงต่ำที่มีประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมมากกว่า 10 ปี พร้อมให้ความรู้เชิงลึกและคำแนะนำระดับมืออาชีพเกี่ยวกับการใช้งาน ติดตั้ง และเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับโครงการทุกขนาด ตั้งแต่ระบบสายดินและสายล่อฟ้า จนถึงอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าและอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับอาคารอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัยทั่วไป

    เรานำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตที่ได้รับการยอมรับ ตั้งแต่อุปกรณ์แรงสูง-แรงต่ำ สายไฟ สายอะลูมิเนียม สายทองแดง ลูกถ้วยไฟฟ้า อุปกรณ์ติดตั้งระบบสายดิน และอุปกรณ์ความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าทุกระดับสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และคุ้มค่าที่สุดในตลาดไทย

    ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

    • ระบบไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ
    • การเลือกและใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงอุตสาหกรรม
    • ระบบป้องกันฟ้าผ่าและระบบสายดิน
    • ความปลอดภัยและมาตรฐานการติดตั้งไฟฟ้า
    • การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคแก่ลูกค้าและผู้รับเหมา

    View all posts

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง