แนวทางการติดตั้งระบบไฟฟ้า และการเลือกบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ถูกต้อง

การติดตั้งระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

Key takeaway

การติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ได้มาตรฐานมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม โดยการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ถูกต้อง จะต้องเริ่มจากการวางแผนอย่างรัดกุม ตั้งแต่การคำนวณโหลด การเดินสายดิน ไปจนถึงการเลือกใช้บริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก. หรือ IEC เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและอัคคีภัย นอกจากนี้ การเลือกชนิดสายไฟให้เหมาะสมกับสภาพแวดล้อมก็เป็นสิ่งสำคัญ เช่น การใช้สายไฟ CV สำหรับงานฝังดินและงานที่ต้องการความทนทานสูง เพื่อช่วยยืดอายุการใช้งานของระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

ระบบไฟฟ้าเป็นหนึ่งในโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญที่สุดของบ้าน อาคารพาณิชย์ และโรงงานอุตสาหกรรม การติดตั้งระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ไม่เพียงแต่จะช่วยให้การใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องจักรต่าง ๆ มีประสิทธิภาพสูงสุดเท่านั้น แต่ยังเป็นด่านแรกในการช่วยลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ไฟฟ้าลัดวงจร ไฟไหม้ หรืออุบัติเหตุจากกระแสไฟฟ้ารั่วไหลอีกด้วย 

ดังนั้น การวางแผนเพื่อติดตั้งระบบไฟฟ้าจึงจำเป็นต้องอาศัยความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้อง ตั้งแต่การเลือกใช้อุปกรณ์และบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน การคำนวณโหลด ไปจนถึงการเดินสายไฟอย่างถูกวิธี เพื่อให้ระบบไฟฟ้าทั้งหมดมีความปลอดภัย มั่นคง และสามารถรองรับการใช้งานในระยะยาวได้อย่างไร้กังวล

3 สัญญาณเตือนว่าระบบไฟฟ้าอาจไม่ได้มาตรฐานและควรตรวจสอบโดยด่วน

หลายครั้งที่อันตรายจากระบบไฟฟ้ามักก่อตัวขึ้นอย่างเงียบ ๆ การสังเกตความผิดปกติเบื้องต้นจึงเป็นสิ่งสำคัญ หากพบสัญญาณเหล่านี้ ควรรีบทำการตรวจสอบและแก้ไขทันที

  1. เบรกเกอร์ตัดบ่อย ไฟตกหรือไฟดับเฉพาะจุด : สัญญาณของไฟฟ้าลัดวงจร หรือการใช้สายไฟและบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ไม่รองรับกับปริมาณการใช้ไฟฟ้า  
  2. สายไฟร้อน เต้ารับมีรอยไหม้ หรือมีกลิ่นเหม็นไหม้ : บ่งบอกถึงความร้อนสะสม มักเกิดจากจุดต่อหลวม หรือฉนวนเสื่อมสภาพจากการใช้สายไฟที่ไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดอัคคีภัย
  3. ค่าไฟแพงขึ้นผิดปกติ : หากใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าเท่าเดิมแต่ค่าไฟพุ่งสูง อาจเกิดกระแสไฟฟ้ารั่วไหลในระบบ ซึ่งนอกจากจะสิ้นเปลืองเงินแล้ว ยังเป็นอันตรายถึงชีวิตหากเผลอไปสัมผัส

ทำไมการติดตั้งระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานถึงเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้ ?

การติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ถูกต้อง ไม่ใช่แค่การทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทำงานได้ แต่คือการออกแบบและเดินสายไฟตามมาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) อย่างรัดกุม ระบบไฟฟ้าที่ดีจะต้องพร้อมรองรับปริมาณการใช้ไฟทั้งในปัจจุบันและอนาคต มีระบบสายดินที่ถูกต้อง และมีการจัดเก็บเส้นทางสายไฟอย่างเป็นระเบียบ เพื่อป้องกันความเสี่ยงทุกรูปแบบ และช่วยให้ง่ายต่อการบำรุงรักษาในระยะยาว

รู้จักบริภัณฑ์ไฟฟ้าและหลักการเลือกใช้อย่างถูกต้อง

บริภัณฑ์ไฟฟ้า หมายถึง อุปกรณ์ทุกชนิดที่นำมาใช้ประกอบในระบบไฟฟ้าทั้งหมด เช่น ตู้ควบคุมแผงย่อย เซอร์กิตเบรกเกอร์ สวิตช์เปิด-ปิด เต้ารับไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ประกอบอย่างท่อร้อยสายไฟและกล่องพักสาย หลักการเลือกบริภัณฑ์ไฟฟ้าเพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด มีดังนี้

  • ต้องได้รับมาตรฐานรับรอง : บริภัณฑ์ทุกชิ้นต้องผ่านการทดสอบและมีเครื่องหมายมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) สำหรับสินค้าในประเทศ หรือมาตรฐานสากลที่เชื่อถือได้อย่าง IEC 
  • เลือกขนาดให้เหมาะสมกับโหลด : อุปกรณ์ป้องกันอย่างเบรกเกอร์และอุปกรณ์ตัดไฟ ต้องมีพิกัดกระแสไฟที่สอดคล้องกับขนาดพื้นที่หน้าตัดของสายไฟและปริมาณการใช้ไฟฟ้าสูงสุด เพื่อให้ระบบสามารถตัดวงจรได้ทันทีเมื่อเกิดความผิดปกติก่อนที่สายไฟจะไหม้
  • ทนทานต่อสภาพแวดล้อม : หากเป็นการติดตั้งไฟฟ้าภายนอกอาคาร หรือในพื้นที่ที่มีความชื้นและฝุ่นละอองสูง บริภัณฑ์ไฟฟ้าต้องมีค่ามาตรฐานการป้องกันที่เหมาะสม เช่น IP65 ที่สามารถกันน้ำและกันฝุ่นได้ดีเยี่ยม

มาตรฐานการติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ถูกต้องอ้างอิงจากอะไร ?

การออกแบบและติดตั้งระบบไฟฟ้าในประเทศไทย เพื่อให้เกิดความปลอดภัยสูงสุด จะต้องอ้างอิงจากมาตรฐานการติดตั้งระบบไฟฟ้าดังนี้ 

  • มาตรฐาน วสท. : มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศไทย จัดทำโดยวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซึ่งถือเป็นคู่มือหลักของวิศวกรและช่างไฟฟ้าในการทำงาน
  • มาตรฐานการไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค : เป็นข้อกำหนดและระเบียบปฏิบัติสำหรับการขอใช้ไฟและการเชื่อมต่อระบบไฟฟ้าภายในอาคารเข้ากับระบบจำหน่ายไฟของการไฟฟ้า เพื่อให้มั่นใจว่าระบบจะไม่สร้างผลกระทบต่อโครงข่ายส่วนรวม

4 ขั้นตอนการติดตั้งระบบไฟฟ้าอย่างถูกต้องระดับมืออาชีพ

เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความปลอดภัยและรองรับการใช้งานได้ยาวนาน กระบวนการทำงานควรแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

  1. การคำนวณโหลดและออกแบบระบบ : ประเมินปริมาณการใช้ไฟฟ้าทั้งหมด เพื่อกำหนดขนาดสายไฟ ตำแหน่งตู้ควบคุม ปลั๊กไฟ และสวิตช์ ให้เพียงพอต่อการใช้งานทั้งในปัจจุบันและเผื่ออนาคต
  2. การเลือกใช้บริภัณฑ์ไฟฟ้าอย่างถูกต้อง : เลือกบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน มอก. หรือ IEC รวมถึงพิกัดกระแสไฟเหมาะสมกับโหลด และมีค่า IP ที่ทนทานต่อสภาพแวดล้อม เพื่อความปลอดภัยของการติดตั้งไฟฟ้าในแต่ละพื้นที่
  3. การเดินสายไฟและการใช้ท่อร้อยสาย : การเดินสายไฟฝังผนังหรือซ่อนบนฝ้าต้องร้อยท่อป้องกันเสมอ เช่น ท่อ PVC สำหรับงานภายใน หรือท่อเหล็กสำหรับกันสัตว์กัดแทะ อีกทั้งยังควรเลือกสายไฟให้ถูกประเภท เช่น หากเป็นงานฝังดินควรใช้สายไฟ CV ที่มีความทนทานสูง
  4. การตรวจสอบและทดสอบระบบก่อนใช้งาน : หลังจากติดตั้งเสร็จสิ้น ต้องทดสอบความต่อเนื่องของระบบไฟฟ้า ค่าความต้านทานของสายดิน และการทำงานของเบรกเกอร์กันดูดทุกครั้ง ก่อนเปิดจ่ายกระแสไฟเพื่อใช้งานจริง

ความสำคัญของการเลือกใช้สายไฟให้เหมาะกับประเภทงาน

สายไฟคือเส้นเลือดใหญ่ที่หล่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าทั้งหมด การเลือกสายไฟที่เหมาะสมจึงส่งผลโดยตรงต่อความปลอดภัยและอายุการใช้งานของระบบ

  • องค์ประกอบหลักของระบบ : ทำหน้าที่ส่งผ่านกระแสไฟจากแหล่งจ่ายไปยังบริภัณฑ์ไฟฟ้าและเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ
  • ป้องกันอันตรายร้ายแรง : ไม่ควรนำสายไฟไปใช้งานผิดประเภท เช่น นำสายไฟสำหรับเดินลอยภายในอาคารไปฝังดิน จะทำให้ฉนวนเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว เกิดการละลาย ไฟรั่ว และเสี่ยงต่อการเกิดเพลิงไหม้
  • ทนทานตามสภาพแวดล้อม : งานติดตั้งแต่ละรูปแบบต้องการคุณสมบัติทางกายภาพของสายไฟที่ต่างกัน งานใต้ดินหรืองานในโรงงานอุตสาหกรรมจำเป็นต้องใช้สายไฟที่มีฉนวนทนทานต่อความร้อน ความชื้น และแรงกดทับสูงเป็นพิเศษ

ตารางคุณสมบัติของสายไฟแต่ละประเภท ที่เหมาะสมในแต่ลักษณะงาน 

ประเภทลักษณะฉนวนการใช้งานที่เหมาะสมข้อควรระวัง
THWPVC 1 ชั้น ทองแดงแกนเดี่ยวเดินร้อยท่อฝังผนัง หรือร้อยท่อเดินบนฝ้าเพดานห้ามเดินฝังดินโดยตรง และห้ามเดินลอยตีกิ๊บ
VAFทองแดงแกนคู่ หรือสามแกน หุ้มฉนวน PVC 2 ชั้นเดินลอยเกาะผนัง หรือตีกิ๊บภายในอาคารห้ามเดินร้อยท่อ ห้ามฝังดิน และห้ามใช้ภายนอกอาคาร
สายไฟ CVXLPE ทนร้อนสูงเดินร้อยท่อฝังดิน เดินบนรางเคเบิล ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรมควรเผื่อรัศมีการโค้งงอในการติดตั้งให้เหมาะสม
การติดตั้งระบบไฟฟ้าภายในบ้านตามมาตรฐาน วสท. เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

5 เช็กลิสต์ตรวจสอบระบบไฟฟ้า เพื่อความปลอดภัยสูงสุด

ก่อนส่งมอบงานหรือตรวจสอบสภาพระบบไฟฟ้าประจำปี ควรใช้เช็กลิสต์เหล่านี้เพื่อความมั่นใจ

  1. ขนาดสายไฟเหมาะสมกับโหลด : ตรวจสอบว่าไม่มีการใช้สายไฟที่มีหน้าตัดเล็กเกินไปสำหรับอุปกรณ์ที่กินไฟสูง เช่น แอร์ เครื่องทำน้ำอุ่น
  2. มีการต่อสายดินอย่างถูกต้อง : เครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีโครงสร้างเป็นโลหะ และเต้ารับไฟฟ้าทุกจุดภายในอาคารต้องมีการต่อสายดินที่เดินลงสู่หลักดินอย่างสมบูรณ์
  3. เบรกเกอร์และกันดูดทำงานปกติ : ระบบต้องสามารถตัดไฟได้ทันทีเมื่อตรวจพบกระแสไฟรั่วหรือเกิดการลัดวงจร
  4. แยกวงจรชัดเจน : ควรมีการแยกวงจรย่อยสำหรับแสงสว่าง เต้ารับ และเครื่องใช้ไฟฟ้าที่กินไฟสูงออกจากกัน เพื่อไม่ให้โหลดรวมกระจุกตัวอยู่ที่วงจรเดียว และง่ายต่อการซ่อมบำรุง
  5. สภาพสายไฟและตู้ควบคุมปลอดภัย : ต้องไม่มีสายไฟที่อยู่ในสภาพชำรุด ฉนวนฉีกขาด สีเปลี่ยนเนื่องจากความร้อน และตู้คอนซูเมอร์ยูนิตต้องปิดสนิท อยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

ข้อควรระวังด้านความปลอดภัย ขณะปฏิบัติงานติดตั้งระบบไฟฟ้า

การทำงานกับกระแสไฟฟ้ามีความเสี่ยงถึงชีวิต ผู้ปฏิบัติงานและช่างผู้ควบคุมจึงต้องปฏิบัติตามกฎความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด

  • ตัดกระแสไฟทุกครั้ง : ต้องทำการปลดเบรกเกอร์และตัดระบบไฟฟ้า บริเวณที่จะปฏิบัติงานก่อนลงมือเสมอ
  • ใส่อุปกรณ์ป้องกันภัยส่วนบุคคล : ควรสวมใส่ถุงมือกันไฟฟ้าหรือถุงมือฉนวนยาง รองเท้าเซฟตี้พื้นยาง และอุปกรณ์ป้องกันอื่น ๆ ที่จำเป็น
  • ใช้เครื่องมือที่ได้มาตรฐาน : เครื่องมือช่างต่าง ๆ เช่น คีม ไขควง ต้องเป็นชนิดที่มีฉนวนกันไฟฟ้าหุ้มที่ด้ามจับอย่างแน่นหนาและทนแรงดันไฟฟ้าได้ตามมาตรฐาน
  • ตรวจเช็กกระแสไฟก่อนสัมผัส : แม้จะปิดเบรกเกอร์แล้ว แต่ก่อนที่จะนำมือไปสัมผัสสายไฟหรือจุดต่อต่าง ๆ ต้องใช้ไขควงวัดไฟ หรือมัลติมิเตอร์ ทดสอบเสมอว่าไม่มีกระแสไฟตกค้างอยู่ในระบบ

การติดตั้งระบบไฟฟ้าที่ถูกต้องตามมาตรฐานวิศวกรรม ถือเป็นปัจจัยสำคัญอันดับต้น ๆ ที่ช่วยให้การใช้งานไฟฟ้าภายในอาคารและโรงงานมีความปลอดภัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด การพิถีพิถันในการเลือกบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ได้มาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐาน IEC รวมถึงการเลือกใช้สายไฟให้เหมาะสมกับรูปแบบการใช้งาน จะช่วยลดความเสี่ยงจากปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร ป้องกันอัคคีภัย และยืดอายุการใช้งานของระบบไฟฟ้าในระยะยาว

เพิ่มความปลอดภัยสูงสุดให้ระบบไฟฟ้าและโครงการก่อสร้างของคุณ ด้วยสายไฟคุณภาพจาก TETA INTERTRADE แหล่งขายส่งสายไฟที่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรม เรามีสินค้าพร้อมตอบโจทย์ทุกระดับการใช้งาน โดยเฉพาะสายไฟ CV ที่โดดเด่นด้านความทนทานสูง เหมาะสำหรับงานฝังดินและงานติดตั้งในระดับอุตสาหกรรมทุกประเภท ติดต่อเราวันนี้ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและประสิทธิภาพของงานติดตั้งระบบไฟฟ้าในทุกโครงการของคุณ

ข้อมูลอ้างอิง

  1. มาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานเกี่ยวกับไฟฟ้า มีอะไรบ้าง. สืบค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2569. จาก https://elecsafetrain.com/safety-standards-for-work-electricity/ 
  2. รู้จักกับระบบไฟฟ้าพื้นฐานในอาคาร มีส่วนประกอบอะไรบ้างที่ต้องรู้. สืบค้นเมื่อ 3 มีนาคม 2569. จาก https://sunnyemergencylight.com/articles/electrical-systems-in-buildings/ 

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการติดตั้งระบบไฟฟ้าตามมาตรฐาน(FAQs)

Q: การติดตั้งระบบไฟฟ้าตามมาตรฐานในประเทศไทยอ้างอิงจากอะไร ? 

A: อ้างอิงตามมาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยเป็นหลัก เพื่อให้การออกแบบการเดินสายไฟ และการเลือกใช้บริภัณฑ์ไฟฟ้ามีความปลอดภัยสูงสุด ป้องกันปัญหาไฟรั่ว ไฟตก และไฟฟ้าลัดวงจรได้อย่างมีประสิทธิภาพ 

Q: สายไฟ CVคืออะไร และเหมาะกับการใช้งานลักษณะไหน ?

A : สายไฟ CV คือสายไฟที่หุ้มด้วยฉนวน XLPE ซึ่งมีคุณสมบัติทนความร้อนและความชื้นได้สูงมาก จึงเหมาะสำหรับงานที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ เช่น งานร้อยท่อฝังดิน งานเดินบนรางเคเบิล หรือการใช้งานในระบบไฟฟ้าของโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

Q: ควรตรวจสอบระบบไฟฟ้าภายในอาคารบ่อยแค่ไหน ?

A : เพื่อความปลอดภัยสูงสุด ควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจเช็กสภาพสายไฟ การทำงานของเบรกเกอร์ และบริภัณฑ์ไฟฟ้าภายในอาคาร อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อค้นหาจุดเสื่อมสภาพและแก้ไขก่อนที่จะเกิดอันตราย

Author

  • โลโก้ของบริษัททีต้า อินเตอร์เทรด

    TETA INTERTRADE คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง และแรงต่ำที่มีประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมมากกว่า 10 ปี พร้อมให้ความรู้เชิงลึกและคำแนะนำระดับมืออาชีพเกี่ยวกับการใช้งาน ติดตั้ง และเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับโครงการทุกขนาด ตั้งแต่ระบบสายดินและสายล่อฟ้า จนถึงอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าและอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับอาคารอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัยทั่วไป

    เรานำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตที่ได้รับการยอมรับ ตั้งแต่อุปกรณ์แรงสูง-แรงต่ำ สายไฟ สายอะลูมิเนียม สายทองแดง ลูกถ้วยไฟฟ้า อุปกรณ์ติดตั้งระบบสายดิน และอุปกรณ์ความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าทุกระดับสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และคุ้มค่าที่สุดในตลาดไทย

    ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

    • ระบบไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ
    • การเลือกและใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงอุตสาหกรรม
    • ระบบป้องกันฟ้าผ่าและระบบสายดิน
    • ความปลอดภัยและมาตรฐานการติดตั้งไฟฟ้า
    • การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคแก่ลูกค้าและผู้รับเหมา

    View all posts

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง