สายไฟอะลูมิเนียม สายเมนอะลูมิเนียม
(ALUMINIUM WIRES)

งานไฟฟ้าที่ติดตั้งแบบ “เดินเมน” หรือเพื่อ “จ่ายกำลัง” ให้แก่ระบบในอาคาร โรงงาน หรือไซต์งานก่อสร้าง สิ่งที่ช่วยเสริมทั้งในเรื่องความปลอดภัย ความเสถียร และต้นทุนระยะยาว คือการเลือกชนิดของสายไฟให้ตรงแรงดัน กระแสไฟฟ้า และสภาพแวดล้อมจริง ไม่ใช่เลือกจากขนาดหน้าตัดเพียงอย่างเดียว

TETA INTERTRADE นำเข้าและจำหน่ายสายไฟอะลูมิเนียมหลายประเภท ตั้งแต่แรงดันต่ำที่ใช้ในอาคาร ไปจนถึงสายอากาศและสายส่งที่ใช้ภายนอก โดยมีตัวเลือกตามมาตรฐาน มอก. และสเปกงานที่ใช้จริง เช่น THW-A, NAY, AWV (แรงดันต่ำ 300–750V) และกลุ่ม SAC (แรงดันปานกลาง 1–36kV) รวมถึงสายเปลือยประเภท AAC/ACSR สำหรับงานภายนอกและงานแรงดันสูงตามการใช้งาน

สายอะลูมิเนียมแรงดันต่ำ (Low Voltage)

สายอะลูมิเนียมหุ้มฉนวน PVC และ XLPE ทนแรงดันไฟฟ้าได้ตั้งแต่ 300 โวลต์ ถึง 750 โวลต์ สามารถใช้ได้ตามอาคารบ้านเรือนหรือโรงงานอุตสาหกรรม

สายอลูมิเนียมแรงดันปานกลาง (Medium Voltage)

สายอลูมิเนียมที่สามารถรับแรงดันได้ตั้งแต่ 1KV – 36KV เหมาะสำหรับใช้กับงานไฟฟ้าแรงดันปานกลาง เช่น เดินลอยในอากาศ เดินเสาไฟผ่านอาคาร เป็นต้น

สายอลูมิเนียมเปลือย (Bare Aluminum Conductors)

สายอลูมิเนียมที่ไม่มีเปลือกฉนวนหุ้มสาย มีน้ำหนักเบาและมีค่าการนำไฟฟ้าสูง จึงนิยมใช้ในงานแรงดันสูง อย่างไรก็ตาม ค่าการนำไฟฟ้าจะต่ำกว่าสายไฟทองแดงเล็กน้อย

สายไฟอะลูมิเนียม (ALUMINIUM WIRES) คืออะไร ?

สายไฟอะลูมิเนียม (ALUMINIUM WIRES) คือ สายไฟฟ้าที่ใช้โลหะอะลูมิเนียมที่มีความบริสุทธิ์สูง (ประมาณ 99.5%) มาเป็นตัวนำกระแสไฟฟ้า แทนการใช้ทองแดง โดยปกติแล้วอะลูมิเนียมจะมีค่าความนำไฟฟ้าประมาณ 61% ของทองแดง แต่เมื่อพิจารณาในแง่ของน้ำหนักที่เบากว่าทองแดงถึง 3 เท่าในปริมาณที่เท่ากัน ทำให้อะลูมิเนียมเป็นวัสดุที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการผลิตสายไฟฟ้าแรงสูงและสายไฟฟ้าที่ต้องพาดผ่านเสาในระยะทางไกล ๆ โดยไม่ทำให้เสาไฟฟ้าต้องรับน้ำหนักมากเกินไป

ประเภทของสายไฟอะลูมิเนียม

เพื่อให้ครอบคลุมความต้องการของหน้างานที่หลากหลาย เราจึงได้คัดสรรการจำหน่ายที่หลากหลาย ครอบคลุมประเภทของสายไฟตามระดับแรงดันไฟฟ้าและลักษณะโครงสร้าง เพื่อให้ง่ายต่อการพิจารณาเลือกใช้ ดังนี้

สายอะลูมิเนียมแรงดันต่ำ (Low Voltage)

เป็นกลุ่มที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดในการเดินระบบไฟฟ้าเข้าสู่อาคารบ้านเรือน โดยเฉพาะการใช้เป็นสายเมนอะลูมิเนียม เพื่อเชื่อมต่อจากมิเตอร์ของการไฟฟ้าฯ เข้าสู่ตู้เมนเบรกเกอร์ (Consumer Unit)

  • สาย THW-A : เป็นสายอะลูมิเนียมแกนเดี่ยวหุ้มฉนวน PVC ทนแรงดัน 750V ทนต่อสภาพอากาศและรังสี UV ได้ดี เหมาะสำหรับเดินลอยในอากาศโดยยึดกับลูกถ้วย
  • สาย AWV : สายไฟอะลูมิเนียมตัวนำตีเกลียว หุ้มด้วยฉนวน PVC ทนแรงดันไฟฟ้าได้ถึง 750V มีคุณสมบัติเด่นในเรื่องความแข็งแรงของตัวนำและการนำไฟฟ้าที่เสถียร นิยมใช้อย่างแพร่หลายในงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะการเดินสายไฟบนเสาไฟฟ้าแรงดันต่ำ การเดินสายไฟฟ้าในอากาศบนฉนวนลูกตุ้ม หรือใช้เป็นสายประธาน (Main Cable) เดินเข้าสู่อาคาร
  • สาย NAY : สายไฟฟ้าชนิดแกนเดี่ยวหรือหลายแกน หุ้มฉนวนและเปลือก PVC ทนแรงดัน 750V มักใช้ในงานที่ต้องการการป้องกันเชิงกลที่มากขึ้น

สายอะลูมิเนียมแรงดันปานกลางและสายอากาศ (Medium Voltage & Aerial Cables)

สายอะลูมิเนียมที่สามารถรับแรงดันได้ตั้งแต่ 1KV – 36KV เหมาะสำหรับใช้กับงานไฟฟ้าแรงดันปานกลาง ออกแบบมาเพื่อลดระยะห่างระหว่างสายและเพิ่มความปลอดภัยในพื้นที่ที่มีสิ่งกีดขวางหรือต้นไม้

  • สาย SAC (Space Aerial Cable) : สายไฟอะลูมิเนียมหุ้มฉนวน XLPE (Cross-linked Polyethylene) ที่มีความหนาแน่นสูง ทนทานต่อแรงเสียดสีและความร้อนได้ดีเยี่ยม ออกแบบมาเพื่อลดระยะห่างระหว่างเฟส (Phase) ช่วยป้องกันการลัดวงจรชั่วคราวได้ดี
  • สาย PIC (Partial Insulated Cable) : หรือที่เรียกกันว่า “สายกึ่งฉนวน” ป้องกันปัญหาไฟฟ้าลัดวงจรจากการสัมผัสโดยไม่ตั้งใจ นิยมใช้เดินในอากาศผ่านลูกถ้วยในจุดที่ต้องการความปลอดภัยมากกว่าสายเปลือย
  • สาย PAC (Preassembled Aerial Cable) : สายไฟฟ้าฉนวนหลายแกนที่นำมาตีเกลียวรวมกัน มีความทนทานเชิงกลสูงเป็นพิเศษ นิยมใช้ในการเดินเสาไฟผ่านย่านชุมชนหนาแน่น หรือจุดที่สายต้องพาดผ่านใกล้ตัวอาคารและมุมตึก

สายอะลูมิเนียมเปลือย (Bare Aluminum Conductors)

สายอะลูมิเนียมที่ไม่มีเปลือกฉนวนหุ้มสาย มีน้ำหนักเบาและมีค่าการนำไฟฟ้าสูง จึงนิยมใช้ในระบบส่งกำลังไฟฟ้า (Transmission Lines) ระยะไกล อย่างไรก็ตาม ค่าการนำไฟฟ้าจะต่ำกว่าสายไฟทองแดงเล็กน้อย

  • สาย AAC (All Aluminum Conductor) : สายไฟอะลูมิเนียมตีเกลียวล้วน มีน้ำหนักเบามาก ผลิตจากอะลูมิเนียมบริสุทธิ์ (เกรด 1350) 100% มีค่าการนำไฟฟ้าสูงเมื่อเทียบกับน้ำหนัก นิยมใช้กับสายส่งไฟฟ้าที่มีระยะห่างระหว่างเสา (Span) ที่ไม่ไกลมากนัก หรือใช้ในระดับแรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 132kV เพื่อป้องกันสายหย่อนตัวเกินไป
  • สาย AAAC (All Aluminum Alloy Conductor) : ผลิตจากอะลูมิเนียมผสม (Aluminium Alloy) ที่มีธาตุแมกนีเซียมและซิลิคอน ให้ความเหนียวและความแข็งแรงเชิงกลให้สูงกว่าสาย AAC ทั่วไป มีความทนทานต่อการกัดกร่อนจากไอเกลือ (Corrosion Resistance) นิยมใช้เดินสายในพื้นที่ชายทะเล หรือพื้นที่ที่มีมลภาวะทางเคมีสูง
  • สาย ACSR (Aluminum Conductor Steel Reinforced) : สายอะลูมิเนียมตีเกลียวล้อมรอบแกนกลางเหล็กชุบสังกะสี (Galvanized Steel) ทำให้สามารถรับแรงดึงได้มหาศาล (High Tensile Strength) เหมาะสำหรับการพาดสายข้ามหุบเขา ข้ามแม่น้ำ หรือจุดที่ต้องการระยะห่างระหว่างเสาไกลเป็นพิเศษ โดยที่สายไม่ขาดหรือยืดตัวจนเป็นอันตราย เป็นที่นิยมที่สุดในระบบส่งไฟฟ้าแรงสูง

ข้อดีและข้อเสียของสายไฟอลูมิเนียม

ข้อดี

  • สายไฟอะลูมิเนียมมีน้ำหนักเบากว่าทองแดงถึง 3 เท่า ในปริมาณที่เท่ากัน ช่วยให้การขนส่งและการติดตั้งทำได้ง่าย ลดภาระโครงสร้างเสาไฟฟ้า และประหยัดแรงงานในการดึงสาย
  • สายไฟอะลูมิเนียมมีราคาไม่สูง ช่วยลดต้นทุนโครงการได้มาก โดยเฉพาะเมื่อต้องเดินสายไฟในระยะทางไกล ๆ
  • มีฟิล์มเคลือบผิวที่ช่วยป้องกันพื้นผิวไม่ให้เกิดการกัดกร่อน สายไฟอะลูมิเนียมจึงติดตั้งภายนอกได้เป็นอย่างดี

ข้อเสีย

  • สายไฟอลูมิเนียมมีโอกาสหักหรือขาดได้ง่ายกว่าทองแดง
  • สายไฟอลูมิเนียมเกิดสนิมได้ง่ายเมื่อสัมผัสกับอากาศหรือความชื้น

วิธีเลือกซื้อสายไฟอะลูมิเนียมราคาผู้รับเหมา

การเลือกซื้อไม่ใช่เพียงแค่ดูที่ขนาดหน้าตัดเท่านั้น แต่ต้องพิจารณาปัจจัยรอบด้านเพื่อให้ได้สินค้าที่เหมาะสมกับงบประมาณและถูกต้องตามหลักวิศวกรรม

  • ตรวจสอบมาตรฐาน (Certification) : ต้องมีเครื่องหมาย มอก. กำกับที่ตัวสายเสมอ เพื่อยืนยันว่าผลิตจากอะลูมิเนียมที่มีความบริสุทธิ์ตามเกณฑ์และฉนวนมีคุณภาพไม่เปื่อยยุ่ยง่าย
  • เลือกขนาดให้เหมาะสมกับ Load : อะลูมิเนียมมีความต้านทานสูงกว่าทองแดง ดังนั้นต้องคำนวณขนาด (Sq.mm.) ให้ใหญ่กว่าสายทองแดงประมาณ 1-2 สเตปเพื่อให้รับกระแสได้เท่ากัน
  • พิจารณาเรื่องสภาพแวดล้อม : หากติดตั้งใกล้ชายทะเล ควรเลือกใช้สาย AAAC ที่ทนต่อการกัดกร่อนจากไอเกลือ แต่หากเดินสายในที่โล่งและมีแดดจัด ควรเลือกสายไฟที่มีฉนวนทน UV
  • ราคาผู้รับเหมา : สำหรับโครงการขนาดใหญ่ ควรติดต่อร้านค้าที่สามารถจำหน่ายสายไฟอะลูมิเนียมในราคาผู้รับเหมา เพื่อเพิ่มกำไรในโปรเจกต์และช่วยลดต้นทุนโดยรวมของโครงการ
  • การเปรียบเทียบราคา : ตรวจสอบคุณสมบัติ สเปก และความยาวของสายไฟอะลูมิเนียม เพื่อเทียบหาราคาที่คุ้มค่าและเป็นตัวเลขล่าสุดจากผู้จำหน่ายที่เชื่อถือได้

วิธีบำรุงรักษาสายไฟอลูมิเนียม

  • ห้ามเก็บรักษาในที่ชื้นหรือร้อนจัด
  • ห้ามดัดแปลง แก้ไข หรือนำไปใช้งานผิดประเภท
  • หากสายไฟชำรุดเสียหายให้ทำการแก้ไขหรือเปลี่ยนใหม่ทันที
  • ระวังไม่ให้มีอะไรมากดทับสายไฟ
  • ไม่เดินสายไฟอยู่ใกล้สารเคมี

ซื้อสายไฟอะลูมิเนียม คุณภาพสูงในราคาผู้รับเหมา จาก TETA INTERTRADE

สำหรับผู้รับเหมาและผู้จัดซื้อที่กำลังมองหาสายไฟอะลูมิเนียมคุณภาพสูง ราคาส่ง TETA INTERTRADE มีสายไฟอะลูมิเนียมหลากหลายประเภท ทั้งสาย THW-A, SAC หรือ ACC ครบครันทุกขนาดหน้าตัด การันตีความปลอดภัยด้วยวัสดุที่ได้มาตรฐาน มอก. ให้คุณเลือกซื้อได้อย่างมั่นใจ พร้อมจัดส่งฟรีทั่วประเทศไทย หากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาเพิ่มเติม สามารถติดต่อทีมงานของเราได้ทันที

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสายไฟอะลูมิเนียม (FAQs)

เหมาะกับงานเมนไฟฟ้า งานเดินสายระยะไกล งานเสาไฟ และระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ–ปานกลาง เนื่องจากมีน้ำหนักเบา ลดต้นทุน และลดภาระโครงสร้าง
ปลอดภัย หากเลือกขนาดหน้าตัดใหญ่กว่าสายทองแดง 1–2 เบอร์ และเป็นสายไฟที่ได้มาตรฐาน มอก. รวมถึงใช้อุปกรณ์ข้อต่อที่ออกแบบสำหรับสายอะลูมิเนียมโดยเฉพาะ
พิจารณาระดับแรงดันไฟฟ้า สภาพแวดล้อม และลักษณะการติดตั้ง เช่น พื้นที่ชายทะเลควรใช้สาย AAAC ส่วนย่านชุมชนแนะนำสาย SAC หรือ PAC เพื่อความปลอดภัย
โดยทั่วไปสายไฟอะลูมิเนียมสามารถใช้งานได้มากกว่า 20–30 ปี หากเป็นสายมาตรฐาน มอก. และติดตั้งถูกต้องตามหลักวิศวกรรม

ควรเลือกสายไฟที่ได้มาตรฐาน มอก. มีสเปกชัดเจนตรงตามหน้างาน และจัดจำหน่ายโดยผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำแนะนำด้านเทคนิคได้จริง TETA INTERTRADE คือหนึ่งในผู้จัดจำหน่ายที่มีสินค้าและบริการหลังการขายที่ครบครัน พร้อมเสนอราคาผู้รับเหมาที่อ้างอิงความยาวและขนาดหน้าตัดตรงสเปก ช่วยควบคุมต้นทุนโครงการและลดความเสี่ยงหน้างานได้ตั้งแต่เริ่มต้น