เลือกสายไฟอย่างไรให้ปลอดภัย ? และมารู้จักขนาดสายไฟที่เหมาะสม

อุปกรณ์สายไฟที่ใช้ในอาคาร สายไฟในอุตสาหกรรม

Key Takeaways:

การเลือกสายไฟให้เหมาะสมกับการใช้งานในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรมเป็นสิ่งสำคัญต่อความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า โดยควรพิจารณาทั้งประเภทสายไฟ ขนาดสายไฟ และเบอร์สายไฟให้สอดคล้องกับโหลดไฟฟ้าและสภาพแวดล้อมการติดตั้ง สายไฟที่ได้มาตรฐานและมีขนาดเหมาะสมจะช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจร ความร้อนสะสม และอุบัติเหตุ พร้อมยืดอายุการใช้งานและเพิ่มประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้าในระยะยาว

เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน

การเลือกสายไฟที่เหมาะสมเป็นปัจจัยสำคัญต่อความปลอดภัยและประสิทธิภาพของระบบไฟฟ้า ทั้งในอาคารและโรงงานอุตสาหกรรม หากเลือกขนาดสายไฟหรือเบอร์สายไฟที่ไม่สอดคล้องกับลักษณะการใช้งาน อาจก่อให้เกิดปัญหาไฟฟ้าลัดวงจร ความร้อนสะสม หรืออุบัติเหตุร้ายแรงได้ การเข้าใจวิธีเลือกซื้อสายไฟให้ถูกต้องตามประเภทงาน มาตรฐานที่กำหนด และโหลดไฟฟ้าที่ใช้งานจริง จะช่วยให้ระบบไฟฟ้าทำงานได้อย่างมั่นคง ใช้งานได้ยาวนาน และลดค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือน 

วิธีเลือกซื้อสายไฟให้เหมาะกับการใช้งาน

การเลือกสายไฟไม่ควรพิจารณาเพียงเรื่องของราคา แต่ควรคำนึงถึงลักษณะการใช้งานจริง สภาพแวดล้อมในการติดตั้ง และมาตรฐานความปลอดภัย เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีเสถียรภาพและลดความเสี่ยงในอนาคต

ประเมินประเภทสายไฟตามพื้นที่ติดตั้ง

สายไฟที่ใช้ในอาคารทั่วไป

มักเป็นสายไฟที่เน้นความสะดวกในการติดตั้งและใช้งานในที่ร่ม เช่น สาย THW สำหรับเดินร้อยท่อ หรือสาย VAF สำหรับเดินเกาะผนัง รองรับอุณหภูมิได้ประมาณ 70°C และแรงดันไฟฟ้า 450/750V เหมาะกับงานระบบไฟฟ้าภายในบ้านและอาคารพาณิชย์

สายไฟที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม

ต้องเป็นสายไฟที่สามารถรองรับโหลดไฟฟ้าสูงและใช้งานได้ต่อเนื่อง ควรเลือกสาย NYY หรือสายฉนวน XLPE ที่มีความทนทานต่อสารเคมี ความชื้น และแรงกระแทก เหมาะสำหรับงานระบบไฟฟ้าในโรงงานและพื้นที่อุตสาหกรรม

พื้นที่เฉพาะทาง

กรณีติดตั้งในพื้นที่ชื้น กลางแจ้ง หรือบริเวณที่มีความเสี่ยงสูง ควรใช้สาย VCT หรือ NYY-G ซึ่งออกแบบมาให้ป้องกันความชื้นและสิ่งแปลกปลอมเข้าสู่ตัวนำได้ดีกว่า

เลือกตามมาตรฐานความปลอดภัย

สายไฟที่ดีควรผ่านการรับรองมาตรฐาน มอก. (TIS) หรือมาตรฐานสากลอย่าง IEC ฉนวนต้องมีความหนาสม่ำเสมอ ไม่เปราะแตกง่าย และมีคุณสมบัติไม่ลุกลามไฟ (Flame Retardant) เพื่อช่วยลดความเสียหายเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน

ขนาดสายไฟและเบอร์สายไฟ สำคัญอย่างไร ?

ขนาดสายไฟหมายถึงพื้นที่หน้าตัดของตัวนำไฟฟ้า (Cross-Sectional Area) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดความสามารถในการรองรับกระแสไฟฟ้า ยิ่งสายไฟมีขนาดใหญ่ ก็จะยิ่งรองรับกระแสได้มากขึ้นโดยไม่เกิดความร้อนสะสม ช่วยลดความเสี่ยงต่อไฟฟ้าลัดวงจรและไฟไหม้

หน่วยวัดที่ควรรู้

  • Sq.mm. หรือ mm² : หน่วยมาตรฐานที่ใช้ในประเทศไทย เช่น สายขนาด 1.5 mm² รองรับกระแสประมาณ 15-20A ตัวเลขยิ่งมาก ยิ่งรองรับกระแสได้สูง
  • AWG (American Wire Gauge) : มาตรฐานอเมริกา โดยเบอร์ยิ่งน้อย สายจะยิ่งใหญ่ เช่น AWG 14 มีขนาดใกล้เคียงกับ 2.5 mm²
  • SWG : ใช้ในบางอุตสาหกรรมเฉพาะ และไม่แพร่หลายในประเทศไทย

เบอร์สายไฟคืออะไร และต่างจากขนาดสายไฟอย่างไร ?

เบอร์สายไฟ คือวิธีเรียกขนาดสายไฟตามความคุ้นเคยในงานติดตั้ง เพื่อให้ง่ายต่อการสื่อสารระหว่างช่างไฟและผู้ใช้งาน เช่น เบอร์ 1.5, เบอร์ 2.5 หรือเบอร์ 4 ซึ่งสอดคล้องกับพื้นที่หน้าตัดของตัวนำไฟฟ้าในหน่วย Sq.mm. หรือในบางกรณีอาจอ้างอิงตามมาตรฐาน AWG การเข้าใจเบอร์สายไฟจึงช่วยให้เลือกขนาดสายได้ถูกต้องและสื่อสารกับช่างไฟได้ง่ายขึ้น

ผลกระทบหากเลือกขนาดสายไฟไม่เหมาะสม

  • หากเลือกสายไฟขนาดเล็กเกินไป (Undersized) อาจทำให้เกิดความร้อนสะสม ฉนวนเสื่อมสภาพ และเพิ่มความเสี่ยงไฟไหม้
  • หากเลือกสายไฟขนาดใหญ่เกินความจำเป็น (Oversized) แม้จะปลอดภัยกว่า แต่จะทำให้ต้นทุนสูงขึ้นโดยไม่จำเป็น
ช่างไฟกำลังเลือกขนาดสายไฟที่เหมาะสม

สายไฟที่ใช้ในอาคารเลือกแบบไหนดี ?

สำหรับการติดตั้งในที่พักอาศัย อาคารพาณิชย์ หรือสำนักงาน สายไฟที่นิยมใช้มี 3 ประเภทหลัก ดังนี้

  1. สาย THW : สายแกนเดี่ยวหุ้มฉนวน PVC นิยมใช้เดินร้อยในท่อร้อยสายไฟ (Conduit) มีความแข็งแรงและทนความชื้นได้ดี
  2. สาย VAF : สายคู่ลักษณะแบน มีทั้งแบบ 2 แกน และ 2 แกนแบบมีสายดิน (VAF-G) เหมาะสำหรับการเดินสายเกาะผนังด้วยเข็มขัดรัดสาย (Clip) ใช้งานง่ายและราคาประหยัด
  3. สาย VCT : สายกลมที่มีตัวนำเป็นฝอย (Flexible) มีความยืดหยุ่นสูง เหมาะสำหรับต่อเข้ากับเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ต้องเคลื่อนย้ายบ่อย

สายไฟที่ใช้ในโรงงานต้องพิจารณาอะไรเป็นพิเศษ ?

ในโรงงานอุตสาหกรรม สภาพแวดล้อมมักจะรุนแรงกว่าในที่พักอาศัย การเลือกสายไฟจึงต้องมีความเฉพาะตัวมากขึ้น

  • ความทนทานต่อเคมีและน้ำมัน : ในโรงงานที่มีน้ำมันหล่อลื่นหรือสารเคมี ควรเลือกใช้สายที่มีฉนวน XLPE หรือ EPR ซึ่งทนทานกว่าฉนวน PVC ทั่วไป
  • การติดตั้งใต้ดินหรือกลางแจ้ง : สาย NYY เป็นตัวเลือกแรก เพราะมีเปลือกหุ้ม 2 ชั้น ทนทานต่อสภาพดินและความชื้นสูง
  • มาตรฐานทนไฟ : เครื่องจักรสำคัญมักต้องการสายที่ผ่านมาตรฐาน IEC 60332-3 เพื่อให้มั่นใจว่าหากเกิดไฟไหม้ สายไฟจะไม่เป็นตัวนำเชื้อเพลิงกระจายไปทั่วโรงงาน

ข้อควรรู้ก่อนตัดสินใจเลือกซื้อสายไฟ

ก่อนเลือกซื้อสายไฟ ควรพิจารณาทั้งคุณภาพ มาตรฐาน และความเหมาะสมกับการใช้งานจริง เพื่อให้ระบบไฟฟ้ามีความปลอดภัยและใช้งานได้ในระยะยาว

ตรวจสอบคุณภาพและมาตรฐานของสายไฟ

  • เลือกสายไฟที่มีเครื่องหมายมาตรฐาน มอก. (TIS) หรือ IEC ระบุชัดเจน
  • ตัวนำควรเป็นทองแดงบริสุทธิ์ไม่น้อยกว่า 99.9% เพื่อการนำไฟฟ้าที่มีประสิทธิภาพ
  • ฉนวนหุ้มต้องมีคุณสมบัติทนความร้อน ไม่เปราะแตกง่าย และไม่ลุกลามไฟ ช่วยลดความเสี่ยงจากไฟฟ้าลัดวงจรและอัคคีภัยในระยะยาว

พิจารณาการใช้งานจริงก่อนตัดสินใจ

  • คำนวณโหลดไฟฟ้าให้เหมาะสม และเผื่อกระแสเพิ่มประมาณ 20-30% เพื่อรองรับการขยายตัวของระบบในอนาคตและป้องกันกระแสกระชาก
  • เลือกสายไฟให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมการใช้งาน เช่น อาคารทั่วไป หรือโรงงานอุตสาหกรรม
  • หลีกเลี่ยงสินค้าที่ราคาถูกผิดปกติ เพราะอาจเป็นสายไฟที่ขนาดตัวนำไม่ได้มาตรฐาน (สายไม่ได้ขนาด)
  • หากไม่แน่ใจ ควรปรึกษาช่างไฟฟ้าหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนตัดสินใจซื้อ

TETA INTERTRADE เพื่อนคู่คิดด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าครบวงจร

หากคุณกำลังมองหาแหล่งขายส่งสายไฟที่ได้มาตรฐาน มอก. รองรับทั้งสายไฟอะลูมิเนียมหรือสายไฟทองแดงสำหรับงานอาคารและโรงงาน TETA INTERTRADE พร้อมให้บริการอย่างครบวงจร

  • เช็กสต๊อกจริงก่อนสั่งซื้อ : มั่นใจได้ว่ามีสินค้าพร้อมส่ง ไม่สะดุดหน้างาน
  • ราคาจับต้องได้ : รับประกันคุณภาพในราคาที่คุ้มค่าสำหรับผู้รับเหมาและเจ้าของโครงการ
  • คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ : ทีมวิศวกรของเราพร้อมช่วยวิเคราะห์หาขนาดสายไฟที่เหมาะสม และประเภทสายที่ตอบโจทย์งานของคุณที่สุด

สามารถเลือกชมและสั่งซื้อสินค้าได้ง่ายผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน LINE ทีมงานของเราพร้อมให้คำแนะนำ เพื่อให้คุณได้สายไฟที่เหมาะสมกับงานที่สุด

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขนาดสายไฟและเบอร์สายไฟ (FAQs)

Q: ควรเลือกขนาดสายไฟจากกำลังไฟฟ้าหรือกระแสไฟฟ้าเป็นหลัก ?

A: ควรพิจารณาจากค่ากระแสไฟฟ้า (Ampere) ที่อุปกรณ์ใช้งานจริงเป็นหลัก แล้วจึงเลือกขนาดสายไฟที่รองรับกระแสได้อย่างปลอดภัย โดยเผื่อค่าการใช้งานต่อเนื่องและสภาพแวดล้อมร่วมด้วย

Q: วิธีเลือกสายไฟให้เหมาะกับโรงงานหรืออาคารควรดูปัจจัยใดบ้าง ?

A: ควรพิจารณาประเภทโหลดไฟฟ้า ระยะทางเดินสาย สภาพแวดล้อมการใช้งาน (ความร้อน ความชื้น หรือสารเคมี) รวมถึงมาตรฐานการติดตั้ง เพื่อให้สายไฟมีความปลอดภัยและใช้งานได้ในระยะยาว

Q: ขนาดสายไฟเดียวกัน แต่คนละยี่ห้อ คุณภาพต่างกันหรือไม่ ?

A: อาจแตกต่างกันได้ เนื่องจากคุณภาพตัวนำ ความหนาของฉนวน และมาตรฐานการผลิตไม่เหมือนกัน ควรเลือกสายไฟที่ผ่านมาตรฐาน มอก. หรือมาตรฐานสากลที่เชื่อถือได้

Q: หากไม่แน่ใจเรื่องขนาดสายไฟ ควรแก้ปัญหาอย่างไร ?

A: ควรปรึกษาวิศวกรไฟฟ้าหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนติดตั้ง เพื่อป้องกันปัญหาความร้อนสะสม ไฟตก หรือความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในอนาคต

ข้อมูลอ้างอิง:

Guide to Choosing the Right Electrical Wire for Your Home. สืบค้นเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2569 จาก https://modishenterprises.com/choosing-the-right-electrical-wire-home/

Author

  • โลโก้ของบริษัททีต้า อินเตอร์เทรด

    TETA INTERTRADE คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง และแรงต่ำที่มีประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมมากกว่า 10 ปี พร้อมให้ความรู้เชิงลึกและคำแนะนำระดับมืออาชีพเกี่ยวกับการใช้งาน ติดตั้ง และเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับโครงการทุกขนาด ตั้งแต่ระบบสายดินและสายล่อฟ้า จนถึงอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าและอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับอาคารอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัยทั่วไปเรานำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตที่ได้รับการยอมรับ ตั้งแต่อุปกรณ์แรงสูง-แรงต่ำ สายไฟ สายอะลูมิเนียม สายทองแดง ลูกถ้วยไฟฟ้า อุปกรณ์ติดตั้งระบบสายดิน และอุปกรณ์ความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าทุกระดับสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และคุ้มค่าที่สุดในตลาดไทย

    ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

    - ระบบไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ
    - การเลือกและใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงอุตสาหกรรม
    - ระบบป้องกันฟ้าผ่าและระบบสายดิน
    - ความปลอดภัยและมาตรฐานการติดตั้งไฟฟ้า
    - การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคแก่ลูกค้าและผู้รับเหมา

    View all posts

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง