How to Choose a High-Voltage Lightning Arrester

Key Takeaways

ระบบล่อฟ้าแรงสูงคือองค์ประกอบสำคัญที่ช่วยป้องกันความเสียหายจากฟ้าผ่าต่ออาคาร โรงงาน และระบบไฟฟ้า การทำความเข้าใจหลักการทำงาน ประเภทของอุปกรณ์ และวิธีเลือกใช้ล่อฟ้าแรงสูงให้เหมาะกับแรงดันไฟฟ้า รวมถึงระดับความเสี่ยงและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกัน ลดความเสียหายต่อเครื่องจักร และยกระดับความปลอดภัยของอาคารในระยะยาว

ระบบล่อฟ้าแรงสูง เป็นหนึ่งในระบบป้องกันฟ้าผ่าที่มีบทบาทสำคัญในการลดความเสี่ยงให้กับอาคารสูง โรงงานอุตสาหกรรม และสิ่งปลูกสร้างที่มีระบบไฟฟ้าซับซ้อน โดยช่วยป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับโครงสร้างอาคาร เครื่องจักร และอุปกรณ์ไฟฟ้าจากกระแสฟ้าผ่า หลายคนอาจสงสัยว่า ล่อฟ้าแรงสูงคืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร และเหตุใดถึงเป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบไฟฟ้า บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่หลักการทำงาน ความสำคัญ ไปจนถึงวิธีเลือกใช้ล่อฟ้าแรงสูงให้เหมาะกับประเภทอาคารและเป็นไปตามมาตรฐาน เพื่อช่วยยกระดับความปลอดภัยและลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่าในระยะยาว

ระบบล่อฟ้าแรงสูง คืออะไร และทำหน้าที่เกี่ยวกับด้านใด ?

เมื่อกล่าวถึงความปลอดภัยของระบบไฟฟ้า ล่อฟ้าแรงสูง (Lightning Arrester) คืออุปกรณ์สำคัญที่ทำหน้าที่ป้องกันแรงดันไฟฟ้าสูงผิดปกติซึ่งเกิดจากฟ้าผ่า โดยทำหน้าที่เป็นด่านแรกในการรับพลังงานไฟฟ้าขนาดมหาศาลจากธรรมชาติ จากนั้นจะทำการควบคุมและระบายกระแสไฟฟ้าลงสู่พื้นดินอย่างรวดเร็ว เพื่อป้องกันไม่ให้แรงดันไฟฟ้าไหลย้อนเข้าสู่ระบบไฟฟ้า เครื่องจักร หรือโครงสร้างอาคาร

ส่วนประกอบและการทำงาน

ล่อฟ้าแรงสูงมักผลิตจากวัสดุนำไฟฟ้าที่มีความทนทานสูง เช่น ทองแดง หรืออะลูมิเนียมชุบสังกะสี ซึ่งสามารถรองรับแรงดันไฟฟ้าในระดับหลายล้านโวลต์ และทนต่อสภาพแวดล้อมกลางแจ้งได้ดีในระยะยาว โดยออกแบบให้ทำงานร่วมกับสายล่อฟ้าและระบบสายดินอย่างมีประสิทธิภาพ

ระบบล่อฟ้าแรงสูงทำหน้าที่อะไร?

  • รับและควบคุมทิศทางฟ้าผ่า : ช่วยสร้างพื้นที่คุ้มครอง (Protection Zone) รอบอาคาร ลดโอกาสที่ฟ้าผ่าจะตกกระทบโครงสร้างโดยตรง
  • ระบายพลังงานไฟฟ้าลงดินอย่างปลอดภัย : เมื่อตรวจพบแรงดันเกิน กระแสไฟฟ้าจะถูกนำผ่านสายลงดิน (Down Conductor) ไปยังระบบกราวด์ (Grounding System) ลดความเสี่ยงไฟไหม้และไฟฟ้าลัดวงจร
  • ทำงานร่วมกับระบบป้องกันอื่น ๆ : ล่อฟ้าแรงสูงต้องทำงานประสานกับอุปกรณ์ป้องกันแรงดันเกิน (SPD) และระบบสายดินที่สมบูรณ์ เพื่อให้การป้องกันครอบคลุมทั้งระบบ

ด้วยสภาพอากาศของประเทศไทยที่มีฝนฟ้าคะนองบ่อย ระบบล่อฟ้าแรงสูงจึงไม่ใช่อุปกรณ์เสริม แต่เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบความปลอดภัยสำหรับอาคารสูงและโรงงานอุตสาหกรรมทุกประเภท

ระบบล่อฟ้ามีกี่ประเภทและเหมาะกับการใช้งานแบบใด ?

อีกหนึ่งคำถามที่พบบ่อยคือ ล่อฟ้ามีกี่ประเภท และควรเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับลักษณะอาคารและระดับความเสี่ยง โดยทั่วไปสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลัก ดังนี้

ประเภทที่ 1: ระบบล่อฟ้าแบบดั้งเดิม (Conventional Lightning Rod)

เป็นหัวล่อฟ้าทรงแหลมที่ใช้หลักการนำกระแสฟ้าผ่าลงสู่พื้นดินโดยตรง เป็นระบบที่ใช้งานมาอย่างยาวนาน

  • เหมาะสำหรับ : บ้านพักอาศัย อาคารขนาดเล็ก หรือสิ่งปลูกสร้างที่มีความสูงไม่มาก และมีความเสี่ยงต่อฟ้าผ่าในระดับต่ำถึงปานกลาง

ประเภทที่ 2 : ระบบล่อฟ้าแรงสูง (Early Streamer Emission – ESE)

เป็นหัวล่อฟ้าเทคโนโลยีขั้นสูงที่สามารถปล่อยกระแสไอออนล่วงหน้า ช่วยสร้างเส้นทางนำฟ้าผ่าให้เข้าหาจุดล่อฟ้าได้เร็วกว่าแบบดั้งเดิม ส่งผลให้มีรัศมีการคุ้มครองที่กว้างกว่า

  • เหมาะสำหรับ : โรงงานอุตสาหกรรม อาคารสูง คลังสินค้า และโครงการพื้นที่ขนาดใหญ่ที่ต้องการความปลอดภัยระดับสูง

ประเภทที่ 3 : ระบบล่อฟ้าพร้อมอุปกรณ์ป้องกันแรงดันเกิน (Hybrid System)

เป็นการผสานหัวล่อฟ้าภายนอกเข้ากับอุปกรณ์ Surge Protective Device (SPD) ภายในตู้ไฟ เพื่อป้องกันแรงดันกระชากที่อาจเข้ามาตามสายไฟ

  • เหมาะสำหรับ : โรงงานที่ใช้เครื่องจักรความละเอียดสูง (Precision Machinery) หรือศูนย์ข้อมูล (Data Center) ที่มีระบบควบคุมดิจิทัล

ความสำคัญของระบบป้องกันฟ้าผ่าในอาคารและโรงงาน

ระบบป้องกันฟ้าผ่ามีบทบาทสำคัญต่อทั้งความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติงานและความต่อเนื่องของธุรกิจ โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมที่ไม่สามารถหยุดกระบวนการผลิตได้ง่าย เพราะอาจส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจ

ความเสี่ยงหากไม่มีระบบป้องกันฟ้าผ่า

  • อัคคีภัย : กระแสไฟฟ้าแรงสูงจากฟ้าผ่าสามารถก่อให้เกิดความร้อนสะสมอย่างรวดเร็ว จนอาจนำไปสู่การเกิดไฟไหม้ในเวลาอันสั้น
  • ความเสียหายของเครื่องจักร : อาจสร้างความเสียหายให้กับอุปกรณ์สำคัญต่าง ๆ เช่น PLC บอร์ดคอนโทรล หรือมอเตอร์ อีกทั้งยังอาจนำไปสู่การเกิดไฟฟ้าช็อตและเสียหายถาวร ส่งผลต่อประสิทธิภาพการผลิต
  • การหยุดชะงักของธุรกิจ (Downtime) : เมื่อระบบไฟฟ้าขัดข้อง กระบวนการผลิตอาจต้องหยุดลง ส่งผลกระทบต่อรายได้ ความน่าเชื่อถือ และแผนการดำเนินงานโดยรวม

ประโยชน์ของการติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่า

  • เพิ่มความปลอดภัยในระดับสูง : ช่วยปกป้องชีวิตพนักงานและทรัพย์สินที่มีมูลค่าสูงจากความเสียหายที่คาดไม่ถึง
  • ความคุ้มค่าในระยะยาว : ลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมระบบไฟฟ้าและเครื่องจักรจากเหตุไฟฟ้ากระชากหรือฟ้าผ่า
  • สอดคล้องตามมาตรฐาน : ช่วยให้อาคารและโรงงานผ่านการตรวจสอบตามกฎหมายและมาตรฐานอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง เช่น วสท. และ IEC
ล่อฟ้าแรงสูงตามแบบมาตรฐานไฟฟ้า ราคาคุ้มค่า

วิธีเลือกใช้ล่อฟ้าแรงสูงตามแบบมาตรฐานไฟฟ้า

การเลือกใช้ล่อฟ้าแรงสูงให้มีประสิทธิภาพ ไม่ได้พิจารณาเพียงการเลือกหัวล่อฟ้าให้ตรงกับการใช้งานเท่านั้น แต่ต้องคำนึงถึงการออกแบบระบบป้องกันฟ้าผ่าให้สอดคล้องกับมาตรฐานสากลและมาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ตั้งแต่การวิเคราะห์ระบบไฟฟ้า ประเมินความเสี่ยง ไปจนถึงการเลือกอุปกรณ์และระบบกราวด์ที่เหมาะสม โดยสามารถแบ่งขั้นตอนการพิจารณาได้ 5 ขั้นตอน ดังนี้

Step 1 : กำหนดแรงดันและรูปแบบของระบบไฟฟ้าหลัก

เริ่มต้นจากการตรวจสอบระดับแรงดันไฟฟ้า (Rated Voltage) ของระบบไฟฟ้าในพื้นที่ติดตั้ง เช่น 11 kV, 22 kV หรือ 33 kV รวมถึงพิจารณาว่าเป็นระบบของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) หรือการไฟฟ้านครหลวง (MEA) เพื่อเลือกอุปกรณ์ล่อฟ้าแรงสูงให้รองรับแรงดันของระบบได้อย่างเหมาะสม

Step 2 : ประเมินระดับความเสี่ยงจากฟ้าผ่าและประเภทของอาคาร

วิเคราะห์ความเสี่ยงของพื้นที่ติดตั้งจากปัจจัยต่าง ๆ เช่น สภาพภูมิอากาศ ความถี่ของพายุฝนฟ้าคะนอง ความสูงของอาคาร และลักษณะการใช้งานของอาคาร นอกจากนี้ควรพิจารณาความสำคัญของระบบไฟฟ้าภายใน เช่น โรงงานที่มีการผลิตต่อเนื่องหรือศูนย์ข้อมูล ซึ่งต้องการระบบป้องกันฟ้าผ่าที่มีประสิทธิภาพสูง เพื่อกำหนดพื้นที่คุ้มครองได้อย่างเหมาะสม

Step 3 : เลือกพิกัดแรงดัน (kV) และค่า MCOV ของล่อฟ้า

การเลือกพิกัดแรงดันและค่าแรงดันใช้งานต่อเนื่องสูงสุด (MCOV: Maximum Continuous Operating Voltage) ต้องสอดคล้องกับแรงดันของระบบไฟฟ้า โดยค่า MCOV ควรไม่น้อยกว่าแรงดันใช้งานสูงสุดของระบบ เพื่อป้องกันอุปกรณ์เกิดความร้อนสะสม เสื่อมสภาพก่อนเวลา หรือเสียหายจากแรงดันไฟฟ้าระหว่างการใช้งานปกติ

Step 4 : เลือกพิกัดกระแสฟ้าผ่า (kA) ให้เหมาะกับระดับความเสี่ยง

พิกัดกระแสคายประจุ (Nominal Discharge Current) เป็นค่าที่แสดงความสามารถของล่อฟ้าแรงสูงในการระบายกระแสจากฟ้าผ่า ซึ่งโดยทั่วไปแบ่งเป็น

  • 5 kA เหมาะสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารขนาดเล็ก หรือพื้นที่ที่มีความเสี่ยงฟ้าผ่าไม่สูง
  • 10 kA เหมาะสำหรับโรงงานอุตสาหกรรม อาคารสูง คลังสินค้า และพื้นที่โล่งที่มีโอกาสเกิดฟ้าผ่าสูง เพื่อรองรับกระแสฟ้าผ่าได้อย่างมีประสิทธิภาพ

Step 5 : ตรวจสอบมาตรฐานอุปกรณ์และระบบกราวด์

ควรเลือกอุปกรณ์ล่อฟ้าแรงสูงที่ผ่านมาตรฐานสากล เช่น IEC และเป็นไปตามมาตรฐาน วสท. พร้อมออกแบบระบบกราวด์ (Grounding System) ให้เหมาะสม โดยเลือกใช้วัสดุที่ทนต่อการกัดกร่อน มีขนาดตัวนำได้มาตรฐาน และติดตั้งในตำแหน่งที่สามารถระบายกระแสไฟฟ้าลงสู่ดินได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้ระบบป้องกันฟ้าผ่าทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการเลือกใช้ล่อฟ้าแรงสูง

แม้จะเลือกใช้อุปกรณ์ล่อฟ้าแรงสูงแล้ว แต่หากเลือกสเปกไม่เหมาะสมหรือติดตั้งไม่ถูกต้อง ระบบป้องกันฟ้าผ่าก็อาจทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ และเพิ่มความเสี่ยงต่อความเสียหายของอาคาร ระบบไฟฟ้า รวมถึงเครื่องจักรในโรงงาน โดยข้อผิดพลาดที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • เลือกค่า MCOV ไม่สอดคล้องกับระบบไฟฟ้า : การเลือกอุปกรณ์ที่มีค่า MCOV ต่ำกว่าแรงดันใช้งานของระบบ อาจทำให้อุปกรณ์รับภาระแรงดันเกินอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เสื่อมสภาพเร็ว เกิดความร้อนสะสม และลดประสิทธิภาพในการป้องกันฟ้าผ่า
  • เลือกพิกัดกระแสคายประจุ (kA) ต่ำเกินความเสี่ยง : อาคารสูง โรงงาน หรือพื้นที่ที่มีโอกาสเกิดฟ้าผ่าบ่อย ควรเลือกพิกัด kA ให้เหมาะสมกับระดับความเสี่ยง หากเลือกต่ำเกินไป อุปกรณ์อาจไม่สามารถรองรับกระแสฟ้าผ่าได้เพียงพอ
  • ละเลยการตรวจสอบระบบกราวด์ : แม้อุปกรณ์จะมีคุณภาพสูง แต่หากระบบสายดินไม่ได้มาตรฐานหรือมีค่าความต้านทานดินสูงเกินกำหนด กระแสไฟฟ้าจะระบายลงดินได้ไม่ดี ส่งผลให้ประสิทธิภาพของระบบป้องกันฟ้าผ่าลดลง
  • ติดตั้งโดยไม่มีผู้เชี่ยวชาญและไม่ตรวจสอบหลังติดตั้ง : ระบบล่อฟ้าแรงสูงควรได้รับการออกแบบและติดตั้งโดยผู้มีความรู้ด้านวิศวกรรม พร้อมตรวจสอบค่าระบบและบำรุงรักษาเป็นระยะ เพื่อให้มั่นใจว่าระบบยังสามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดฟ้าผ่า

ยกระดับความปลอดภัยอาคารและโรงงานด้วยระบบกันฟ้าผ่าที่ได้มาตรฐาน

ลดความเสี่ยงจากฟ้าผ่าและความเสียหายต่อระบบไฟฟ้า ด้วยระบบกันฟ้าผ่าและล่อฟ้าแรงสูง ราคาคุ้มค่า จาก TETA INTERTRADE ร้านขายอุปกรณ์ไฟฟ้าครบวงจร ทั้งระบบแรงสูง-แรงต่ำ สายไฟ อุปกรณ์เซฟตี้ และระบบสายดิน

เราพร้อมให้คำปรึกษาและแนะนำล่อฟ้าแรงสูงยี่ห้อ PRECISE ที่เหมาะสมกับประเภทอาคาร ความสูง และพื้นที่ โดยทีมผู้เชี่ยวชาญของเราพร้อมให้บริการทั้งก่อนและหลังการขายครบวงจร เพื่อให้คุณมั่นใจในทุกงานติดตั้ง

ข้อมูลอ้างอิง : 

  1. รู้จัก ‘สายล่อฟ้า’ ตัวช่วยป้องกันอาคารจากฟ้าผ่า. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 จาก https://safesavethai.com/lightning-rod/
  2. ระบบป้องกันฟ้าผ่า (Lightning Protection System)ที่ใช้งานในปัจจุบัน. สืบค้นเมื่อวันที่ 19 มกราคม 2569 จาก https://library.wu.ac.th/km/ระบบป้องกันฟ้าผ่า-lightning-protection-system/

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับระบบป้องกันฟ้าผ่า(FAQs)

 

Q: ล่อฟ้าแรงสูงทำหน้าที่อะไร?

A: ล่อฟ้าแรงสูงทำหน้าที่ระบายกระแสไฟฟ้าแรงดันสูงจากฟ้าผ่าหรือไฟกระชากลงสู่ดินอย่างปลอดภัย ช่วยป้องกันไม่ให้แรงดันเกินส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า เครื่องจักร และโครงสร้างอาคาร

Q: วิธีเลือกใช้ล่อฟ้าแรงสูงตามแบบมาตรฐานไฟฟ้าควรเริ่มจากอะไร ?

A: ควรเริ่มจากการประเมินแรงดันของระบบไฟฟ้าและระดับความเสี่ยงของพื้นที่ จากนั้นเลือกอุปกรณ์ที่มีคุณสมบัติสอดคล้องกับระบบ และผ่านมาตรฐานที่ยอมรับ เช่น IEC หรือ IEEE

Q: อาคารทั่วไปจำเป็นต้องติดตั้งล่อฟ้าแรงสูงหรือไม่ ?

A: จำเป็นในกรณีที่อาคารตั้งอยู่ในพื้นที่เสี่ยงฟ้าผ่าสูง หรือมีอุปกรณ์ไฟฟ้าและระบบควบคุมที่มีความอ่อนไหวต่อไฟกระชาก เพื่อช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น

Q: ควรตรวจสอบหรือบำรุงรักษาระบบล่อฟ้าแรงสูงบ่อยแค่ไหน ?

A: ควรมีการตรวจสอบอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง หรือหลังเกิดเหตุฟ้าผ่ารุนแรง เพื่อให้มั่นใจว่าระบบยังคงทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย

Q: การติดตั้งล่อฟ้าแรงสูงช่วยลดค่าใช้จ่ายในระยะยาวได้อย่างไร ?

A: ระบบที่ออกแบบและติดตั้งอย่างถูกต้อง จะช่วยลดความเสียหายของเครื่องจักรและอุปกรณ์ไฟฟ้า รวมถึงลดการหยุดชะงักของการผลิต และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมที่อาจเกิดขึ้นซ้ำ ๆ

Author

  • โลโก้ของบริษัททีต้า อินเตอร์เทรด

    TETA INTERTRADE คือทีมผู้เชี่ยวชาญด้านอุปกรณ์ไฟฟ้าแรงสูง และแรงต่ำที่มีประสบการณ์จริงในอุตสาหกรรมมากกว่า 10 ปี พร้อมให้ความรู้เชิงลึกและคำแนะนำระดับมืออาชีพเกี่ยวกับการใช้งาน ติดตั้ง และเลือกอุปกรณ์ไฟฟ้าให้เหมาะสมกับโครงการทุกขนาด ตั้งแต่ระบบสายดินและสายล่อฟ้า จนถึงอุปกรณ์ป้องกันฟ้าผ่าและอุปกรณ์ความปลอดภัยสำหรับอาคารอุตสาหกรรมและที่อยู่อาศัยทั่วไป

    เรานำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าคุณภาพสูงจากแหล่งผลิตที่ได้รับการยอมรับ ตั้งแต่อุปกรณ์แรงสูง-แรงต่ำ สายไฟ สายอะลูมิเนียม สายทองแดง ลูกถ้วยไฟฟ้า อุปกรณ์ติดตั้งระบบสายดิน และอุปกรณ์ความปลอดภัย เพื่อให้ลูกค้าทุกระดับสามารถเข้าถึงสินค้าและบริการที่ปลอดภัย มีมาตรฐาน และคุ้มค่าที่สุดในตลาดไทย

    ความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน

    • ระบบไฟฟ้าแรงสูงและแรงต่ำ
    • การเลือกและใช้งานอุปกรณ์ไฟฟ้าเชิงอุตสาหกรรม
    • ระบบป้องกันฟ้าผ่าและระบบสายดิน
    • ความปลอดภัยและมาตรฐานการติดตั้งไฟฟ้า
    • การให้คำปรึกษาเชิงเทคนิคแก่ลูกค้าและผู้รับเหมา

    View all posts

บทความอื่นๆที่เกี่ยวข้อง